สารอาหารดีๆ ช่วยคุณแม่หลังคลอดจากอาการ Baby Blue ได้

คุณแม่หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องของอาการซึมเศร้าหลังคลอด Baby Blues หรือ Postpartum blue ซึ่งเท่าที่ทราบคืออาการซึมเศร้าหลังคลอด บางคนบอกว่าเกิดจากฮอร์โมนบ้าง แต่ทำไมบางคนเป็น แล้วทำไมบางคนถึงไม่เป็น บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเรื่องนี้อยู่ด้วย เราจะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับภาวะการซึมเศร้าหลังคลอดว่าคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีวิธีการบรรเทาได้อย่างไรมาฝากกันค่ะ

 

 ซึมเศร้าหลังคลอด เกิดจากอะไร

ภาวะซึมเศรร้าหลังคลอดนั้นเป็นอาการที่พบได้บ่อยในช่วง 1 เดือนหลังคลอด ปัจจุบันนี้พบผู้หญิงหลังคลอดที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด 1 ต่อ 4 คน เพราะฉะนั้นไม่ต้องตกใจหากพบว่ามีภาวะนี้ แต่โดยทั่วไปมักมานานเกิน 10 วันหรือไม่เกิน 2 สปดาห์  ส่วนสาเหตุนั้นในทางร่างกายนั้นช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์และหลังคลอดของคุณแม่จะการเพิ่มขึ้นของ ภาวะการอักเสบ (Pro-inflammatory Agents) หรือเรียกว่า Cytokines ในร่างกาย ภาวะเหล่านี้จะส่งผลต่อการนอนหลับของคุณแม่ อาการปวดหลังคลอด ก่อให้เกิดความไม่สบายตัว เครียด และส่งผลต่อความซึมเศร้าได้

ในคุณแม่บางคนอาจจะเคยเป็นโรคซึมเศร้า มีปัญหาทางจิต หรืออาจจะเป็นโรคซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์อยู่แล้ว การที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าหลังตั้งครรภ์จึงเป็นไปได้มาก นอกจากนี้การที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนลดลงอย่างรวดเร็วหลังคลอด, ไทรอยด์ฮอร์โมนลดลง, การพักผ่อนไม่เพียงพอจากการดูแลลูก รวมถึงการ

7 สัญญาณของอาการซึมเศร้าหลังคลอด

ปกติแล้วคุณแม่แต่ละคนก็จะมีอาการต่างไป แต่จะมีอาการร่วมซึ่งนับได้ว่าเป็นสัญญาณของโรคนี้ดังนี้

  1. มีอารมณ์แปรปรวนหรือมักหงุดหงิดได้ง่าย รู้สึกเศร้า วิตกกังวล ไม่มีความสุข รู้สึกไร้ที่พึ่ง สิ้นหวัง โดดเดี่ยว หวาดกลัว
  2. เบื่ออาหาร กินอะไรไม่ลง
  3. นอนไม่หลับ หรือเป็นโรคนอนไม่หลับ
  4. สมาธิสั้น หลงๆ ลืมๆ จำอะไรไม่ค่อยได้
  5. รู้สึกว่าตนเองเป็นแม่ที่ไม่ดีพอเท่าที่ควร ขาดความสนใจหรือมีความวิตกกังวลเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการดูแลลูกน้อย
  6. ปวดศีรษะเรื้อรัง
  7. มีความคิดว่าจะทำร้ายลูกหรือทำร้ายตัวเอง

Tired Mother Suffering From Post Natal Depression

ซึมเศร้าหลังคลอด ร้ายกว่าที่คิด

หลายคนอาจจะประเมินอาการซึมเศร้าหลังคลอดไว้ว่าไม่น่าจะเป็นอะไรมาก แค่อาการเศร้า เดี๋ยวก็ผ่านไป แต่รู้ไหมว่าอาการนี้ส่งผลร้ายทั้งกับคุณแม่เองและลูกน้อยมากกว่าที่คิด ผลร้ายนั้นมีตั้งแต่การไม่หิว ไม่อยากรับประทานอาหาร ทำให้ร่างกายไม่เพียงพอ ส่งผลต่อสุขภาพของลูก รวมถึงในบางรายที่มีอาการซึมเศร้ามากอาจจะทำร้ายร่างกายลูกได้ โดยอาการซึมเศร้าหลังคลอดนั้นแบ่งออกเป็น 3 ระดับดังนี้

  1. ภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด (Postpartum blue หรือ Baby blues)

เป็นอาการในระดับอ่อนที่เป็นกันมากที่สุดอาจสูงถึง 80% โดยทัั่วไปพบมากช่วงวันที่ 3-5 หลังคลอด และ จะหายไปเองภายใน 2 สัปดาห์ โดยอาการคือ อารมณ์จะขึ้นลงง่าย หงุดหงิดง่าย วิตกกังวลไปหมด รู้สึกเศร้า ร้องไห้ง่าย  ร่างกายอ่อนเพลีย นอนไม่หลับถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่รุนแรง ไม่กระทบต่อการดูแลลูก

หากอาการเป็นอยู่นานกว่า2สัปดาห์ ควรไปพบจิตแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย เพราะอาจเป็นโรค ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษา

     2. โรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum depression)

พบได้ค่อนข้างบ่อย คือประมาณ 10-15% บางรายเริ่มมีอาการตั้งแต่ยังไม่คลอด แต่ส่วนใหญ่จะมีอาการในช่วง 2-3 เดือนแรก อาการจะรุนแรงกว่า ภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด (Postpartum blue)อาจจะมีความคิดอยากตาย  คงอยู่นานกว่า2สัปดาห์ และมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการเลี้ยงดูลูก

     3. โรคจิตหลังคลอด (Postpartum psychosis)

พบได้น้อยมาก คือประมาณ 0.1-0.2% อาการมักเริ่มใน 2-3 วันแรกหลังคลอด น้อยรายมากที่มีอาการหลัง 2 สัปดาห์แรกไปแล้ว อาการเริ่มแรก คือ ผุดลุกผุดนั่ง หงุดหงิด นอนไม่หลับ หลังจากนั้น ผู้ป่วยอาจมีอารมณ์ซึมเศร้าหรืออารมณ์ดีแบบไม่สมเหตุสมผลก็ได้ อารมณ์จะเปลี่ยนแปลงเร็ว มีพฤติกรรมวุ่นวายแปลกประหลาด มีความคิดหลงผิด เช่น คิดว่าลูกไม่ใช่ลูกของตนเอง มีความคิดหลงผิดเกี่ยวกับไสยศาสตร์ หวาดระแวง ประสาทหลอน เช่น มีหูแว่ว เป็นเสียงสั่งให้ทำร้ายลูกตัวเอง

 จะเห็นได้ว่าอาการภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับคุณแม่หลายท่าน อย่างไรก็ตามไม่ควรนิ่งนอนใจหากอาการเป็นอยู่นาน หรือเริ่มกระทบกับใช้ชีวิตประจำต้องรีบไปพบแพทย์เพราะหากทิ้งไส้อาจจะส่งผลกระทบทั้งต่อตัวคุณแม่เองและลูกน้อยได้

 

สารอาหารช่วยป้องกันการซึมเศร้าหลังคลอดได้ด้วยนะ

มีการศีกษาพบว่าส่วนใหญ่คุณแม่ที่มีอาการซึมเศร้ามักจะเป็นกลุ่มที่มีระดับ DHA ในเม็ดเลือดแดงต่ำ และขาดกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งทั้งมีส่วนช่วยในการต่อต้านอาการอักเสบ และช่วยลดภาวะอาการทางอารมณ์ได้อีกด้วย อ้างอิงจากงานวิจัยเชิงทดลอง*ที่ให้คุณแม่ตั้งครรภ์ 52 คนในช่วงอายุครรภ์ 24 สัปดาห์ กินน้ำมันหลอก (น้ำมันข้าโพด)  และน้ำมันปลาที่มี DHA 300 มิลลิกรัม ตลอด 5 วันต่อสัปดาห์จนถึงช่วงอายุครรภ์ 40 สัปดาห์ แล้วติดตามผลตั้งแต่ 2สัปดาห์ - 6 เดือนหลังคลออด ผ่านการทำแบบทดลอบอาการซึมเศร้า พบว่าคุณแม่ที่รับประทาน DHA ระหว่างตั้งครรภ์ไม่มีอาการซึมเศร้าหลังคลอด เมื่อเทียบกับคุณแม่ที่ได้รับยาหลอกที่มีรายงานเรื่องความวิตกกังวลบ้าง

*ที่มา webmd.com

[Sassy_Social_Share]