10 เรื่องต้องห้าม เมื่ออยากท้อง!!!

สำหรับใครที่อยากมีลูกการเตรียมร่างกายเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่หลายคนรู้ดีว่าต้องเสริมร่างกายอย่างไรบ้าง เราจึงขอเสนอข้อห้ามที่ไม่ควรทำโดยเด็ดขาด มาบอกกัน 10 ข้อนี้ ถ้าเลี่ยงได้ โอกาสตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพก็จะมากขึ้นค่ะ

1.ห้ามกินตามใจปาก

สำหรับคุณแม่ที่น้ำหนักเกิน คุณทราบไหมคะว่านี่เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการมีลูกยากเช่นกัน เพราะน้ำหนักตัวที่มาก ส่งผลต่อฮอร์โมนต่างๆ รวมไปถึงรอบเดือนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะฉะนั้นการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้วพยายามลดของทอด แป้ง และของหวานลงบ้าง เพื่อให้ได้น้ำหนักมาตรฐาน ก็ย่อมเป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้คุณมีลูกง่ายขึ้น ส่วนคุณแม่ที่ผอมไปก็เช่นกัน ควรบำรุงอาหารให้ครบ 5 หมู่ หากกินในมื้อหลักไม่ได้จริงๆ ให้ลองเพิ่มมื้ออาหารว่างคั่นระหว่างมื้อดู น่าจะช่วยให้น้ำหนักขึ้นมาจนปกติได้ไม่ยากค่ะ

2. ห้ามสูบบุหรี่และหลีกหนีควันบุหรี่มือสอง

การสูบบุหรี่นอกจะหาข้อดีไม่ได้แล้ว  สารพิษจากบุหรี่บางชนิดสะสมถึงในชั้นไขมัน และใช้เวลานานมากในการที่ร่างกายจะขับออก สารพิษในบุหรี่นั้นอาจทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด หรือทารกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ รวมทั้งเสี่ยงต่อรคการเสียชีวิตเฉียบพลันในเด็กทารก (SIDS - Sudden Infant Death Syndrome) และโรคหอบหืดด้วย

 shutterstock_321510209

3. ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ และยาเสพติด

นอกเหนือจากการสูบบุหรี่แล้ว การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่คนเรามักนำสารพิษเข้าสู่ร่างกาย พิษจากแอลกอฮอลล์ส่วนหนึ่งสะสมอยู่ในรูปแบบไขมันและร่างกายใช้เวลาเป็นเดือนๆ เพื่อขับออก และแน่นอนว่าส่งผลถึงลูกในท้องด้วย เพราะเด็กที่เกิดมาจะมีอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์ (Fetal Alcohol Syndrome) ซึ่งส่งผลร้ายแรงต่อความผิดปกติในการเรียนรู้ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาหลายปีถึงจะเห็นอาการของโรค

มีเด็กไทยมากถึง 89,000 คนต่อปี 1 ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงของการเกิดอาการผิดปกติจากดื่มแอลกอฮอล์ของแม่ขณะตั้งครรภ์ หรือ FASD

สารเสพติดทุกชนิด ไม่ว่าจะมาจากพืชโดยตรง หรือสกัดแล้วก็ตาม ต่างตกค้างในร่างกายคุณ และต้องใช้เวลานานที่จะขับออก คุณแม่ที่เตรียมตั้งครรภ์ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดเหล่านี้เป็นอันขาด

4. ห้ามลืมออกกำลังกาย

ไม่ว่าคุณจะมีนำ้หนักเกินหรือไม่ เราก็แนะนำให้คุณออกกำลังกายทั้งคู่ค่ะ เพราะการออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้ร่างกายทุกส่วนได้บริหารและทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน และสเปิร์มแข็งแรงขึ้นด้วย  แน่นอนว่ามีส่วนช่วยให้ท้องได้ง่ายขึ้น และสำหรับใครที่ไม่แข็งแรงหรือมีน้ำหนักเกิน การออกกำลังกายเป็นเสมือนยาวิเศษที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพดีขึ้นได้ด้วยค่ะ

 

shutterstock_404220214

5. ห้ามละเลยเรื่องสุขภาพ

เรารู้ดีว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะแข็งแรงไปเสียทุกส่วนของร่างกาย ถ้าคุณรู้อยู่แล้ว ก็ควรปรึกษาคุณหมอที่รักษาอยู่ประจำว่าถ้าต้องการตั้งครรภ์ จะต้องระวังอะไรบ้าง เพราะแต่ละโรคส่งผลต่อการตั้งครรภ์มาก - น้อย ต่างกัน แต่ที่อยากจะเตือนจริงๆ คือคุณต้องตรวจโรคอย่างละเอียด เพราะไม่แน่ว่าร่างกายที่ (คุณคิดว่า) แข็งแรงนั้นอาจจะมีโรคแฝงอยู่ก็เป็นได้ โดยเฉพาะโรคทางพันธุกรรมที่ส่งต่อไปสู่ลูกได้ ควรจับมือกับสามีไปตรวจตั้งแต่เนิ่นๆ

 

6. ห้ามลืมกินวิตามินก่อนตั้งครรภ์ 

คุณแม่หลายคนคิดว่าต้องตั้งครรภ์ก่อนถึงจะบำรุงสุขภาพนั้นเป็นความคิดที่ผิดมากๆ เพราะแท้จริงแล้วเราต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อน อย่าง กรดโฟลิก หรือโฟเลต ต้องกินส่วงหน้า 3-6 เดือนก่อนตั้งครรภ์ด้วยซ้ำ เพื่อเสริมสร้างระะบบประสาทของเด็ก ไอโอดีน และธาตุเหล็กก็เช่นกัน ต้องกินก่อนตั้งครรรภ์อย่างน้อย 3 เดือน เพื่อลดภาวะเสี่ยงโรคทางสติปัญญา และโลหิตจาง

อ่านเพิ่ม ท้องแรกต้องรู้ เตรียมตัวอย่างไร ให้ได้ครรภ์คุณภาพ

7. ห้ามลืมฉีดวัคซีน

วัคซีนบางอย่างต้องฉีดก่อนตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันการเกิดโรคระหว่างตั้งครรภ์ ที่จะะส่งผลต่อลูกน้อย เช่น ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B), โรคหัดเยอรมัน (Rubella, German measles),โรคไข้หวัดใหญ่ ( Influenza) เป็นต้น

อ่านเพิ่ม “วัคซีน” ก่อนตั้งครรภ์นั้นสำคัญอย่างไร 

shutterstock_139099559

8. ห้ามลืมตรวจเลือด

การตรวจเลือดนอกจะหาความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือโรคร้ายต่างๆ ที่แฝงอยู่โดยคุณไม่รู้ตัวแล้วยังเป็นการป้องกันโรคที่ลูกอาจจะติดจากแม่ด้วย โดยเฉพาะ HIV ที่อาจแพร่จากแม่สูลูกด้วย และแน่นอนว่างานนี้ต้องไปตรวจพร้อมสามีด้วย เพระาถึงแม้เราจะแน่ใจแค่ไหนแก้ไม่มั่นใจเท่าเช็คจากผลเลือดหรอก จริงไหมคะ?

 

9.ห้ามสัมผัสสารพิษและมลภาวะต่าง ๆ

คำว่า "สารพิษ" อาจดูไกลตัว แต่แท้จริงแล้วสารพิษอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด เช่น "สารตะกั่ว" ที่มักพบในสีทาบ้าน หรืออาจปนเปื้อนมากับอาหาร อากาศ และน้ำ และควันจากท่อไอเสียรถยนต์ หากคุณแม่สูดอากาศที่มีสารพิษที่มีสารตะกั่วปนเปื้อนเข้าไปจะสามารถผ่านทางรกไปสู่ลูกในท้องได้ "สารปรอท" ที่มักปนเปื้อนอยู่ในอากาศ  น้ำ  และดิน  จากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง การเผาขยะ  ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ตามบ้านเรือน ปนเปื้อนในเครื่องสำอางและอาหาร  โดยเฉพาะในอาหารทะเลจะพบมากในสัตว์ทะเลที่มีขนาดใหญ่

"สารหนู" มักปนเปื้อนอยู่ในผัก ผลไม้  น้ำดื่ม  อาหารทะเล  เครื่องสำอาง  ยาแผนโบราณ  และยากำจัดศัตรูพืช  ถึงแม้จะถูกกำจัดออกทางอุจจาระและปัสสาวะ แต่นั่นก็แค่บางส่วนเท่านั้น  ส่วนที่เหลือจะเข้าไปสะสมอยู่ในเลือด  เล็บและเส้นผม ทารกในครรภ์หากได้รับสารหนูปนเปื้อนในน้ำนมแม่จะทำให้มีระดับสารหนูในเลือดสูง  เกิดภาวะโลหิตจาง  ทำให้เม็ดเลือดขาวน้อยลง และการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ ระบบประสาทและสมองผิดปกติ  และยังมีผิวหนังลอกด้วย

 

10.ห้ามขาดสารอาหาร

การขาดสารอาหาร ไม่ใช่แค่การไม่มีอาหารกินเท่านั้น หลายคนยังติดภาพเด็กแอฟริกันที่ขาดสารอาหาร ผอมโซยืนท้องป่อง แต่แท้จริงแล้ว การได้รับสารอาหารที่ไม่ถูกต้อง เช่น กินแต่ฟาสต์ฟูด ไม่กินผักผลไม้ กินแต่อาหารที่มีไขมันสุง กินอาหารเมนูเดิมๆ ซ้ำๆกัน  ก็ทำให้คุณขาดสารอาหารได้เช่นกัน

อาการที่แสดงว่าคุณกำลังขาดสารอาหารนั้นมีมากมาย  เช่น  มีอาการเหมือนแผลร้อนในเกิดขึ้นในปาก  กระพุ้งแก้ม  มีอาการปากแห้ง  เจ็บลิ้น ลิ้นแตก  อ่อนเพลีย  มักจะนอนไม่หลับ  หน้ามืดเป็นลมง่าย อารมณ์เสีย  ใจสั่น  แสดงว่าร่างกายกำลังอ่อนแอ ดังนั้น  สิ่งที่ควรทำก็คือ เริ่มพิจารณาเรื่องสารอาหารว่าได้กินอย่างเหมาะสมหรือไม่ และควรไปพบคุณหมอเพื่อทำการตรวจ เพื่อที่จะได้หาทางเสริมสารอาหารให้อย่างเหมาะสม หรือหากเกิดจากอาการอื่นก็จะได้รักษาได้อย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อไรก็ตามที่ร่างกายขาดสารอาหารย่อมส่งผลถึงการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ตามไปด้วย

อ่านเพิ่ม รู้ไหมว่า…โภชนาการของคุณแม่ มีผลต่อการตั้งครรภ์ที่มีคุณภาพ !!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา

pregnancyandbaby.com

หยุด!! 3 พฤติกรรมเสี่ยงทำลายสมองทารกในครรภ์

[Sassy_Social_Share]