5 ผลไม้ให้ลูกกินมากเกินไป ระวังเสี่ยงท้องเสียได้นะ

ผลไม้นั้นเป็นอาหารที่มีประโยชนืก็จริง แต่สำหรับในเด็กเล็กที่ระบบย่อยอาหารและลำไส้ยังทำงานได้อย่างไม่เต็มประสทธิภาพนั้น การรับประทานผลไม้ต้องอยู่ในปริมารที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ลูกน้องเสี่ยงต่อการท้องเสีย ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อในลำไส้อีก กลายเป็นเรื่องใหย่ที่คุรแม่ต้องระวัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราป้องกันได้ค่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่ามีผลไม้อะไรบ้างที่เสี่ยงต่อการทำให้ลูกท้องเสีย

ท้องเสีย

1.สัปปะรด

สับปะรด จัดเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพอีกชนิดหนึ่ง โดยประโยชน์ของสับปะรดนั้นมีอยู่หลากหลาย เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆจำนวนมาก ซึ่งได้แก่ คาร์โบไฮเดรต วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 กรดโฟลิก แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแมงกานีส  เป็นต้น สับปะรดยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ มีกากใยมาก จึงช่วยแก้ท้องผูกได้ แต่ก็ไม่ควรทานมากไป เพราะจะทำให้ท้องเสียแทน

 

 

ท้องเสีย

2.มะขาม

สำหรับประโยชน์และสรรพคุณมะขามนั้นมีมากมาย จัดว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างเช่น วิตามินซี วิตามินบี 2 วิตามินเอ ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต สามารถช่วยรักษาได้หลายโรค เช่น เป็นยาขับเสมหะ แก้อาการท้องเดิน บรรเทาอาการท้องผูก ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ ด้วยคุณสมบัตินี้เองการกินมะขามเยอะๆจึงทำให้เสี่ยงต่ออาการท้องเสียได้

 

 

ท้องเสีย

3.ส้ม

ส้มเป็นผลไม้ที่หาง่ายและยังให้วิตามินซีสูงอีกด้วย ผลส้มสด 100 กรัม จะมีเบตาแคโรทีน 82 ไมโครกรัม และวิตามินซี 50 มิลลิกรัม นอกจากนี้ยังมี วิตามินบี วิตามินดี แคลเซียมโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และคอลลาเจน เปลือกส้มจะมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะและเป็นยาระบายอ่อน ๆ ซึ่งถ้ากินส้มมากเกินไป รับรองได้ว่าอาการท้องเสียก็ถามหาแน่นอน

 

 

Prune

4.ลูกพรุน

โดยทั่วไปแล้วเราจะเรียกว่าผลไม้ชนิดนี้ว่า “พลัม” หรือ “ลูกพลัม”โดยลูกพลัมแห้งเราจะเรียกว่า “พรุน” หรือ “ลูกพรุน (ทับศัพท์) ซึ่งก็คือ  “ลูกไหน” ของไทยเรานั่นเอง พรุนเป็นผลไม้ที่มีไขมันต่ำและมีสารอาหารสำคัญสูงอยู่หลายชนิด เช่น วิตามิน เกลือแร่ คาร์โบไฮเดรต และโพแทสเซียม เป็นต้น ลูกพรุนมีไขมันต่ำ มีแคลอรีน้อย มีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหารและมีฤทธิ์ในการระบายท้อง หากรับประทานมากก็เสี่ยงต่ออาการท้องเสียได้

 

 

ท้องเสีย

5.มะละกอ

ในมะละกอสุกจะมีสารเพ็ตตินอยู่มาก เมื่อเรากินมะละกอเข้าไป สารเพ็ตตินนี้จะดูดน้ำในลำไส้แล้วพองขยายตัวจากเดิมหลายเท่า ทำให้กากอาหารมีมากขึ้น กากอาหารที่มีมากขึ้นนี้จะไปดันผนังลำไส้กระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวถ่ายออกมา ในรายที่ท้องผูกการกินมะละกอคงเป็นการระบายที่ดี แต่ถ้าตามปกติแล้วล่ะ ก็ต้องเลี่ยงการรับประทานมะละกอในปริมาณมากนะคะ

หนูท้องเสียแล้วแน่ ๆ อาการแบบนี้แม่อย่าวางใจ 

สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่แน่ใจว่าลูกถ่ายแบบนี้ คือท้องเสียหรือไม่ เรามีอาการเบื้องต้นมาบอกกันค่ะ

  • มีเลือดปนมา มีมูกเลือดปนมา ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ
  • มีอาการขาดน้ำ
  • มีไข้นานมากกว่า 24–48 ชั่วโมง
  • อาเจียนติดต่อกันนานมากกว่า 12–24 ชั่วโมง
  • อาเจียนเป็นสีเขียว มีเลือดปน และอาจพบว่ามีกากเหมือนกาแฟ
  • ช่องท้องบวม หรือ ร้องปวดท้องหลายครั้ง
  • ปฏิเสธที่จะรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ
  • มีผื่นขึ้นตามร่างกาย
  • ตัวเหลืองและตาเหลือง

 

การรับประทานผลไม้นั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่างไรก็ตามทั้งความสะอาดและปริมาณก็เป็นเรื่องสำคัญนะคะ เพื่อการร่วมสร้าง "โภชนาการช่วงแรกของชีวิต" ที่ดีต่อลูกน้อย คุณแม่ต้องหันมาใส่ใจเรื่องการกินของลูกให้มากๆ นะคะ

 

 

 

ที่มา

http://www.thaihof.org/main/article/detail/3113

https://medthai.com/ลูกพลัม

 

[Sassy_Social_Share]