5 วิธีจัดการชีวิตและงานให้ลงตัวเมื่อต้องกลับไปทำงาน

ถึงเวลาต้องกลับไปทำงานแล้ว…คุณแม่เวิร์คกิ้งมัม(Working mums) อาจเริ่มกังวลใจเมื่อวันลาคลอดใกล้หมดลงไปทุกที เพราะด้วยความห่วงใยอาลัยในลูกน้อย บวกกับความกลัวในความไม่พร้อมในหลายๆ เรื่อง มาดู 5 วิธีจัดการชีวิตและงานให้ลงตัวเมื่อต้องกลับไปทำงาน เพื่อให้คุณมีความสุขในการเลี้ยงลูก และสนุกกับงานที่ทำกันค่ะ

1. เตรียมทำสต๊อกนมแม่

สำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูกเอง และมีความตั้งใจจะให้อย่างน้อยจนลูก 6 เดือน หรือมากกว่านั้น การทำสต๊อกนมแม่ถือเป็นเรื่องจำเป็นมาก ซึ่งสามารถเตรียมทำไว้ได้ตั้งแต่หลังคลอด ด้วยวิธีขโมยปั๊มนม1 โดยหลังจากลูกดูดเสร็จไปแล้ว 1 ชั่วโมง ให้คุณแม่ปั๊มนมสัก 10 นาที เก็บไว้เป็นสต๊อกไปเรื่อยๆ แต่ถ้าลูกขอดูดนมตลอดเวลาเกือบทุกชั่วโมง ให้ใช้วิธีปั๊มนมพร้อมกับที่ลูกดูดอีกข้าง โดยใช้เวลาปั๊มเพียง 10 นาทีเช่นกัน ทั้งนี้ คุณแม่จะสามารถปั๊มนมได้นานขึ้น เมื่อลูกอายุ 1-2 เดือน เพราะจะเริ่มนอนหลับยาวมากกว่าเดิม เมื่อถึงวันที่ต้องออกไปทำงาน ก็ควรหาเวลาปั๊มนมทุกๆ 2-3 ชั่วโมง และควรให้ลูกเข้าเต้าทุกครั้งเมื่อกลับจากที่ทำงาน เพื่อกระตุ้นและรักษาระดับน้ำนมให้คงที่ เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีสต๊อกน้ำนมเพียงพอให้ลูกกินจนครบกำหนดที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอน

 

2. เตรียมหัดลูกกินนมแม่จากขวด

การหัดลูกกินนมแม่จากขวดสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ลูกมีอายุครบ 1 เดือน2 โดยให้คนที่จะเป็นผู้ดูแลลูกหลังจากที่คุณแม่ออกไปทำงาน หรือใครก็ได้ที่ไม่ใช่คุณแม่เป็นผู้ป้อน เพื่อไม่ให้ลูกได้กลิ่นแม่ซึ่งจะปฏิเสธการดูดขวดได้ โดยป้อนวันละ 1-2 ครั้ง และควรเลือกจุกที่มีขนาดเล็ก มีรูปร่างคล้ายนมแม่ และทำจากยางธรรมชาติ เพราะจะนิ่มกว่าซิลิโคน ในระยะแรกที่ฝึก ลูกย่อมร้องไห้ต่อต้านเป็นธรรมดา ขอให้คุณแม่และผู้ป้อนอดทน และใจเย็น หากลูกคุ้นเคยแล้วก็จะปรับตัวได้ในที่สุด

 

3. เตรียมหาคนดูแลลูก "เนอร์สเซอรี หรือ พี่เลี้ยงเด็ก"

หากบ้านไหนมีญาติพี่น้องที่สามารถช่วยดูแลลูกได้ก็คงไม่น่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นครอบครัวเดี่ยวที่ทั้งพ่อและแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านด้วยกันทั้งคู่ ก็คงเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความกังวลใจไม่น้อยทีเดียว เพราะการจะหาใครสักคนที่ไว้ใจได้มาคอยดูแลลูก ต้องพิถีพิถันเลือกสรรกันอย่างถี่ถ้วน หากทราบอย่างนี้แล้ว คุณแม่อาจต้องเตรียมหาเนอร์สเซอรีหรือพี่เลี้ยงเด็กเสียแต่เนิ่นๆ โดยพิจารณาถึงคุณสมบัติ ดังนี้

  • หากเป็นเนอร์สเซอรี ควรได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสถานประกอบการรวมถึงหลักสูตรที่มีมาตรฐาน สถานที่สะอาด ปลอดภัย ไม่แออัด มีการระบายอากาศที่ดี ระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม ให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพโภชนาการสำหรับเด็กแต่ละวัย และสุขอนามัยที่ดี มีสัดส่วนบุคลากรเพียงพอกับจำนวนเด็ก เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในเรื่องเด็กเล็ก ใจเย็น สุขภาพแข็งแรง และไม่มีโรคติดต่อ
  • ในกรณีที่ต้องจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยญาติดูแลลูกที่บ้าน ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะทางอารมณ์เป็นสำคัญ ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่ ใจเย็น รักเด็ก ละเอียดรอบคอบ มีความกระตือรือร้น รักความสะอาด มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว หรือเจ็บป่วยบ่อย มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำกิจกรรมกับเด็ก เช่น การเล่านิทาน หรือร้องเพลง เป็นต้น

 

4. เตรียมจัดตารางงานในแต่ละวันที่ต้องทำ

คุณแม่ควรจัดตารางชีวิตและงานที่ต้องทำในแต่ละวันให้เป็นระบบ โดยแบ่งงานของที่บ้านและที่ทำงานออกจากกันให้ชัดเจน จัดลำดับความสำคัญของงาน และหาผู้ช่วยที่สามารถแบ่งเบาภาระงานบางอย่างได้ สำหรับคุณแม่ที่ต้องฝากลูกไว้กับเนอร์สเซอรี ควรจัดเตรียมอุปกรณ์ของใช้ลูกให้พร้อมตั้งแต่ก่อนเข้านอน เพื่อจะได้ไม่ฉุกละหุกในตอนเช้า จนไปทำงานสาย หรือหลงลืมสิ่งของจำเป็นของลูกได้ เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีความสุขทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวแล้วล่ะค่ะ

 

จัดการชีวิตและงานให้ลงตัวเมื่อต้องกลับไปทำงาน

 

5. เตรียมอาหารบำรุงร่างกายให้ได้ทั้งสุขภาพและปริมาณน้ำนมแม่

ในแต่ละวันที่ออกไปทำงาน นอกจากต้องใช้พลังสมองในการคิดงานแล้ว คุณยังต้องใช้พลังงานเพื่อปั๊มนมเก็บไว้ให้ลูกอีกด้วย หากไม่ได้รับสารอาหารบำรุงร่างกายอย่างครบถ้วนและเพียงพอ อาจทำให้เวิร์คกิ้งมัมเช่นคุณเจ็บป่วยไม่สบายได้ง่ายๆ ดังนั้น การเตรียมตัวเรื่องอาหารก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารราคาแพง หรือใช้เวลาในการเตรียมมาก เพียงแต่ให้ครอบคลุมครบทั้ง 5 หมู่ เน้นผักใบเขียวที่อุดมไปด้วยแคลเซียม วิตามิน รวมถึงเนื้อปลาที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว เพื่อบำรุงสมองของคุณและน้ำนมให้ลูกไปพร้อมๆ กัน พร้อมทั้งดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออยู่เสมอ

 

...หากปฏิบัติได้ตามนี้ คุณจะเป็นเวิร์คกิ้งมัมที่แฮปปี้ทั้งกายและใจ มีน้ำนมคุณภาพให้ลูกน้อยทุกวันอย่างแน่นอน...

 

อ้างอิง :
1,2Facebook: สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ.แม่ทำงาน & นมแม่.

 

[Sassy_Social_Share]