ท้องนี้ก็สวยได้ แถมสุขภาพดีด้วย

ความสวยเป็นเรื่องที่ผู้หญิงทุกคนยอมกันไม่ได้ แต่เมื่อช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายคุณแม่เปลี่ยนแปลงไป ไม่เฉพาะหน้าท้องที่โตขึ้น แต่ยังหมายถึงสภาพผิว ผม ที่เปลี่ยนไป ปัญหาเหล่านี้เกิดจากอะไร และจะจัดการกับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร ตั้งครรภ์แล้วจะกลับมาสวยเหมือนเดิมได้ไหม? เรามีคำตอบค่ะ

ท้องแล้วทำไมถึงไม่สวย?

เพราะการตั้งครรภ์ทำให้ร่างกายคุณแม่เปลี่ยนแปลงในระดับฮอร์โมน รวมถึงระบบต่างๆก็เปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับชีวิตใหม่ด้วย มีทั้งที่เห็นเด่นชัด และมีที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นเท่าไหร่โดยอาหารที่คุณแม่มักจะพบเจอในช่วงตั้งครรภ์ก็คือ

  • ผิวคล้ำขึ้น พบว่าแม่ตั้งครรภ์มีระดับฮอร์โมนเพิ่มขึ้น ทำให้มีผิวสีเข้มขึ้น โดยมักพบในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ และจะพบมากถึงร้อยละ 90 เลยทีเดียวโดยเฉพาะรอบหัวนม เล็บ ท้อง รักแร้ และรอบทวารหนัก
  • ฝ้าและกระอาจเข้มขึ้น หรือหากบางคนไม่เคยเป้นมาก่อนก็อาจจะเป็นได้ อาหารนี้ไม่ต้องกลัวค่ะเพราะหลังคลอดฝ้าและกระจะจางลงเอง ไม่ควรใช้ยา เนื่องจากยาที่ใช้รักษาฝ้าอาจส่งผลกระบต่อลูกน้อยในครรภ์ได้
  • เส้นเลือดขอดและเส้นเลือดฝอยแมงมุม คุณแม่ตั้งครรภ์หลายท่านอาจรู้จักเส่นเลือดขอด (varicose veins) แล้ว ส่วนเส้นเลือดฝอยแมงมุม (spider veins) คือ หลอดเลือดฝอยบริเวณผิวหนังขยายตัว โดยมีลักษณะเป็นจุดแดงตรงกลางและมีแขนงแยกออกไปคล้ายใยแมงมุม พบบ่อยในหญิงมีครรภ์ระหว่างเดือนที่ 2-5 หลอดเลือดฝอยเหล่านี้จะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆจนคลอด อาหารเหล่านี้จะหายไปภายใน 2 เดือน แต่ถ้ายังมีความกังวลอาจใช้เครื่องสำอางทาปิดทับ
  • หลอดเลือดโป่งพอง คุณแม่ตั้งครรภ์จะมีหลอดเลือดโป่งพองตามบริเวณต่างๆ เช่น อาจเกิดริดสีดวงทวารเพิ่มมากขึ้น พบเส้นเลือดขอดที่ขา ซึ่งพวกนี้เกิดจากการที่มดลูกมีขนาดโตขึ้น ท าให้ความดันช่องท้องเพิ่มขึ้น เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หลอดเลือดจึงเกิดการโป่งพอง ซึ่งสามารถแก้ไขโดยอาจต้องพันขาด้วยผ้ายืด เพื่อลดอาการปวดขา และควรพักผ่อนมากๆ
  • ผิวแตกลาย เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อยมาก ผิวแตกลายหรือท้องลายพบบ่อยในช่วงไตรมาสท้ายๆ ของการตั้งครรภ์ เชื่อว่า
    เกิดจากการที่ผิวหนังมีการยืดออกอย่างมาก ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงในระดับฮอร์โมน ทำให้เส้นใยคอลลาเจน และอีลาสติกถูกทำลาย ซึ่งหลังคลอดอาการจะดีขึ้น
  • เล็บมีปัญหา เรื่องของเล็บนี้มีหลายอาการด้วยกัน คุณแม่ส่วนหนึ่งเล็บจะยาวเร็วกว่าปกติ (ปกติเล็บมืองอกวันละ 0.1 มม. และเล็บเท้าจะงอกช้ากว่าเล็บมือ 2-3 เท่า ดังนั้น เล็บมือต้องใช้เวลา 6 เดือนจึงจะงอกเต็มแต่เล็บเท้าใช้เวลา 1 ปีครึ่งจึงงอกทั้งหมด) แต่เล็บจะเปราะและหักง่าย นอกจากนั้นยังอาจพบความผิดปกติต่างๆ อีก เช่น พบรอยแนวขวางบนเล็บ ซึ่งเชื่อว่าทั้งหมดเป็นการเปลี่ยนแปลงตาม
    ธรรมชาติในหญิงมีครรภ์
  • ผมร่วงหลังคลอด คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนมีอาการผมร่วงระหว่างตั้งครรภ์ แต่บางคนก็เกิดขึ้นหลังคลอด 1-3 เดือน อาการนี้เกิดจาก "ความเครียด" ค่ะ ซึ่งทางการแพทย์ถือว่าการคลอดเป็นความเครียด อย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ต้องตกใจนะครับ เส้นผมจะขึ้นมาใหม่ภายใน 6 เดือน พวกนี้เกิดจากการที่เส้นผมมาหยุดเจริญเติบโตพร้อมกันในช่วงระหว่างคลอด ส่งผลให้ 3 เดือนต่อมาผมหลุดร่วงพร้อมกัน ดังนั้นจึงไม่ต้องวิตกกังวล เพราะว่าไม่จ าเป็นต้อง
    รักษา

shutterstock_379203991

ดูแลตัวเองอย่างไร ในช่วงตั้งครรภ์

ช่วงตั้งครรภ์ผิวของคุณแม่จะไวต่อสารต่างๆ มากขึ้น จึงไม่แปลกเลยถ้าจู่ๆ คุรแม่จะเกิดแพ้เครื่องสำอางคืหรือ skin care ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน เราจึงมีข้อแนะนำเล็กๆให้คุรแม่ไปปรับใช้กันนะคะ

  • ลองผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ กลับคืนสู่ธรรมชาติกันสักพัก โดยเฉพาะกลุ่มสำหรับผิวแพ้ง่าย  อ่อนโยนและมีส่วนผสมของธรรมชาติแทนสารเคมีที่รุนแรง เช่น ว่านหางจรเข้ คาร์โมมายล์ น้ำผึ้ง เป้นต้น
  • เปลี่ยนแชมพู หากมีผมร่วง (ซึ่งเป็นอาการปกติของช่วงตั้งครรภ์) คุณแม่อาจต้องเปลี่ยนแชมพูมาเป็นแบบอ่อนโยนมากขึ้น หรือจะเป็นแชมพูที่เป็นสมุนไพรธรรมชาติก็ได้
  • แต่งหน้าบางๆ เราเข้าใจดีว่าผิวของคุณแม่แย่มากในช่วงตั้งครรภ์ แต่การใช้เครื่องสำอางมากๆ ก็ทำให้ผิวเสี่ยงต่อการเป็นสิวหรือแพ้มากขึ้นได้ ให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์แบบเจือสีหรือไพรเมอร์ เพื่อให้ผิวได้หายใจบ้าง และช่วยให้ผิวที่ดูอ่อนโรยของคุณแม่คนใหม่ดูดีขึ้น
  • ตัดเล็บให้สั้น เนื่องจากเล็บเป็นอีกส่วนหนึ่งในร่างกายที่มีปัญหาในระหว่างนั้นครรภ์ บางคนเล็บยาวเร็ว บางคนเล็บเปราะ บางคนเล็บเป็นคลื่น ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือตัดเล็บให้สั้น
  • อยากทำสีผมจะได้ไหม? หากคุณอยากทำสีผมทางทีดีควรทำหลังไตรมาสแรกไปแล้ว เพราะหนังศีรษะสามารถซึมซับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายและขับออกจากร่างกายในรูปแบบของปัสสาวะ แต่เนื่องจากร่างกายซึมซับสารเคมีเหล่านั้นในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจึงไม่มีอันตรายต่อทารกในครรภ์

เครื่องสำอางที่ห้ามใช้ ในช่วงตั้งครรภ์

เครื่องสำอางที่คุณแม่มีมาก่อนท้องมากมาย ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องจัดระเบียบดต๊ะเครื่องแป้งแล้วล่ะค่ะ โดยเครื่องสำอางที่แม่ท้องควรหลีกเลี่ยง นพ.ชัยประสิทธิ์ บาลมงคล อายุรแพทย์โรคผิวหนัง โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่าเครื่องสำอางที่ควรหลีกเลี่ยงมี 3 กลุ่มได้แก่ ไวเทนนิ่ง ยาทาฝ้า และยารักษาสิว

ไวเทนนิ่ง

ระหว่างตั้งครรภ์ บางคนจะมีผิวที่แพ้ง่ายขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงผลิตภัฑณ์ที่มีส่วนผสมของ Whitening หรือสารที่ช่วยผลัดผิว ได้แก่ กรดผลไม้หรือ AHA เพราะอาจเกิดการระคายเคืองได้ หากต้องการใช้ ควรเริ่มจากความเข้มข้นต่ำก่อน รวมถึงไม่ควรขัดถู หรือสครับบ่อยเกินความจำเป็น

ครีมทาฝ้า

คุณแม่อาจเป็นกังวลหากเกิดฝ้าในช่วงตั้งครรภ์ จึงพยายามหาครีมมาทาเพื่อให้ฝ้าจางลง แต่คุณแม่ทราบไหมว่า ในส่วนผสมของครีมแก้ฝ้า หรือครีมทำให้หน้าขาว ที่ไม่ได้มาตรฐาน มักมีส่วนผสมของโลหะหนัก เช่น ปรอท ซึ่งหากใช้ติดต่อกันจะทำให้เกิดฝ้าถาวรแล้ว ปรอทยังมีผลต่อระบบประสาท ทำให้ทารกในครรภ์พิการได้

ยารักษาสิว

คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ในกลุ่มรักษาสิว เนื่องจากอาจมีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ ซึ่งจากรายงานพบว่าถ้าได้รับโดยการรับประทานขณะตั้งครรภ์สามารถทำให้เด็กเกิดความผิดปกติหรือแท้งได้ โดยปกติคุณหมอจะหลีกเลี่ยงการให้ยากลุ่มนี้ทั้งในรูปของยารับประทานและชนิดทาที่ผิวหนัง

 

shutterstock_314033903

สวยจากข้างใน เริ่มได้ที่โภชนาการดีๆ

การรับประทานอาหารที่ถูกสัดส่วน ครบทั้ง 5 หใมู่นั้นเป็นพื้นฐานที่ดีสหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกท่านอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้ดี ควรเสริมด้วยอาหารที่มีวิตามินที่ช่วยเรื่องความสวยความงาม อย่างวิตามิน E และ C ด้วย อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินอีอยู่ใน ธัญพืชต่างๆ จมูกข้าวสาลี อโวคาโด รวมถึงน้ำมันที่ได้จากถั่วเหลืองและข้าวโพด  ส่วนวิตามิน C นั้นหาได้ตามผลไม้ตระกูลซิทรัสที่มีสรเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว สัปปะรด รวมถึงผลไม้ตระกูลเบอรี่ต่างๆ เช่น สตรอร์วเบรี่ บลุเบอรี่ เชอรี่ เป็นต้น

 

และสารที่ช่วยบำรุงผิว ผม และเล็บ อย่างเบต้าแคโรทีน ที่พบได้ตามผักผลไม้สีเหลืองและส้ม เช่น แครอท ส้ม มะละกอ รวมถึงฟักอง และอาหารที่มีสังกะสี หรือ Zinc สูง ที่ช่วยในเรื่องของผมและผิวของคุณแม่ให้ดีขึ้น อาหารที่มีสังกะสีมากคือ อาหารทะเลย และเครื่องใน รวมถึงธัญพืชอย่างจมูกข้าวสาลี

 

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับวิตามินเสริมที่มากกว่าก่อนตั้งครรภ์ เพราะร่างกายจำเป็นต้องใช้สารอาหารเหล่านี้แบ่งยังลุกน้อยด้วย แต่เราไม่แนะนำให้กินอาหารเสริมที่วางขายอยู่ทั่วไปด้วยตัวเอง เพราะวิตามินและสารอาหารบางชนิดที่ได้รับมากเกินไปอาจทำให้เกิดอันตรายต่อทั้งคุณแม่และลูกเอง จึงควรรับประทานอาหารสดๆ ให้ครบทุกมื้อและเลือกรับประทานอาหารที่เป้นแหล่งของวิตามินตามที่กล่าวไปแล้วนะคะ รวมถึงต้องดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะคะ

 

ส่วนคุณแม่คนไหนที่ไม่สะดวกจริงๆ ควรปรึกษาคุณหมอก่อนซื้อวิตามินทารับประทานเองทุกครั้งค่ะ อย่างไรก็ตามภาวะการเปลี่ยนแปลงของร่างกายนี้เป้นแค่ช่วงตั้งครรภ์ หรือบางอย่างอาจติดไปหลังคลอดบ้าง แต่ก็สามารถหายไปได้เอง คุณแม่ไม่ต้องกังวลค่ะ

 

ที่มา

http://th.theasianparent.com/ใช้เครื่องสำอางอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งแม่และลูกในท้อง

http://th.theasianparent.com/ใครว่าผู้หญิงท้องต้องหยุดสวย

multiculturalbeauty.about.com

parents.com

mfu.ac.th

[Sassy_Social_Share]