แม่ท้องเบื่ออาหารมีผลต่อน้ำหนักตัวไหม ?

ในช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรกคุณแม่ท้องส่วนใหญ่มักจะมีอาการแพ้ท้องทานอาหารไม่ค่อยได้ ส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นไม่มาก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่หลังจากเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์เป็นต้นไป น้ำหนักตัวระหว่างนี้จะต้องค่อยๆ เพิ่มขึ้นเป็นไปตามเกณฑ์ สำหรับน้ำหนักตัวน้อยที่ไม่เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ระหว่างตั้งครรภ์ ส่วนหนึ่งอาจมาจากความอยากอาหารที่น้อยลงของคุณแม่ก็ได้เช่นกันค่ะ

ทำไมแม่ท้องต้องให้ความสำคัญกับโภชนาการ ?

 

โภชนาการแม่ท้อง

 

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าระหว่างที่ผู้หญิงตั้งครรภ์นั้น ไม่ใช่แค่ร่างกายของแม่ท้องเท่านั้นที่ต้องการอาหารเพื่อมาบำรุงร่างกายให้แข็งแรง แต่ทว่าอาหารที่แม่ท้องทานเข้าไปนั้นยังจะถูกส่งผ่านไปยังลูกน้อยในครรภ์เพื่อใช้ในการสร้างร่างกาย และพัฒนาให้อวัยวะรวมทั้งสมองได้มีการเจริญเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์ก่อนที่จะคลอดออกมา ดังนั้นการทานอาหารในระหว่างตั้งครรภ์เป็นการทานอาหารที่แม่ส่งต่อให้ลูกในท้องนั่นเอง ซึ่งเป็นหน้าที่ของคุณแม่และคุณพ่อที่จะต้องเตรียมโภชนาการอาหารการกินให้ได้คุณภาพ เพราะการทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพของแม่ทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ จะช่วยทำให้มั่นใจได้ว่าการตั้งครรภ์ในครั้งนี้เป็นการตั้งครรภ์คุณภาพ

 

 

อาหารที่ดีต่อสุขภาพของแม่ท้องต้องกินอย่างไร ?

  • เลือกกินอาหารครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้รับอาหารที่สมดุลและหลากหลาย
  • ควรกินอาหารมื้อหลัก 3 มื้อและอาหารว่าง 2-3 ครั้งต่อวัน
  • กินผักและผลไม้ในปริมาณมากเพื่อเพิ่มใยอาหารกับร่างกาย ช่วยให้ระบบขับถ่ายระหว่างตั้งครรภ์ทำงานได้ดี
  • ดื่มน้ำอย่างน้อย 8-12 แก้วต่อวัน โดยเฉพาะน้ำและเครื่องดื่มชนิดอื่น เช่น นมไขมันต่ำ และน้ำผลไม้
  • กินปลาที่มีไขมันดี เช่น ปลาแซลมอล ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรลสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพราะเนื้อปลาเป็นแหล่งที่สำคัญของกรดไขมันดีเอชเอ (Docosahexaenoic Acid)
  • ในการปรุงอาหารควรใช้น้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด หรือน้ำมันโอลีฟ ในการทำอาหารแต่จำกัดปริมาณที่ใช้
  • กินอาหารที่สด สะอาด และมีประโยชน์ต่อสุขภาพเท่านั้น จำกัดปริมาณอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปและถนอมอาหาร เนื่องจากปกติอาหารที่ผ่านการแปรรูปจะมีส่วนผสมของโซเดียม และสารกันบูดในปริมาณสูง
  • ลดการบริโภคคาแฟอีนด้วยการดื่มชา กาแฟ ช็อกโกแลต และน้ำอัดลมให้น้อยลง หากจำเป็นต้องดื่มชาหรือกาแฟขอให้กำจัดเพียงวันละไม่เกิน 1 แก้วเล็กๆ
  • ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
  • จำกัดการบริโภคอาหารทอด ขนมขบเคี้ยวที่มีไขมันสูง (เช่น มันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ) อาหารรสหวานจัด และอาหารที่ให้พลังงานแต่ไม่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ หากบริโภคมากเกินไป อาหารเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการทำให้คุณแม่มีน้ำหนักเกินหลังคลอดลูกได้นะคะ

 

 

การดูแลสุขภาพร่างกายระหว่างตั้งครรภ์ให้ได้รับโภชนาการที่ถูกต้องเหมาะสมอย่างสมดุล จะช่วยให้คุณแม่ท้องมีน้ำหนักตัวที่ได้เกณฑ์มาตรฐานตลอดการตั้งครรภ์ 9 เดือน และหากจะถามว่า “ถ้าน้ำหนักแม่ไม่ขึ้น หรือขึ้นน้อย มีผลต่อลูกในท้องหรือเปล่า ?” แน่นอนว่าน้ำหนักตัวของแม่มีผลต่อลูกในท้องอย่างแน่นอน ในระหว่างตั้งครรภ์น้ำหนักตัวของแม่ท้องจะเพิ่มขึ้นรวมประมาณ 12-14 กรัม1 โดยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะแยกออกเป็น

ตัวลูก 3,300 กรัม

รก 680 กรัม

น้ำคร่ำ 900 กรัม

มดลูกที่ขยายขนาดขึ้น 900 กรัม

เต้านมที่ขยายขนาดขึ้น 900 กรัม

เลือดและน้ำในร่างกายที่เพิ่มปริมาณขึ้น 1,800 กรัม

ไขมันและโปรตีนของตัวคุณแม่ 4,000 กรัม2

 

 

การรับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็นไปตามเกณฑ์ปกติเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากตลอด 40 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ น้ำหนักตัวน้อยไป หรือน้ำหนักไม่เพิ่มขึ้นมาเลย อาจส่งผลให้ลูกในครรภ์คลอดออกมาตัวเล็กกว่ามาตรฐาน และเกิดมาพร้อมกับสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงสมบูรณ์

 

 

ความเบื่ออาหารของคุณแม่ท้องมีผลอย่างไรกับลูกน้อยในครรภ์ ?

หากในช่วงไตรมาสแรกคุณแม่ไม่สามารถทานอาหารได้ เนื่องจากมีอาการแพ้ท้อง ก็ยังสามารถอนุโลมได้ เพราะในช่วง 3 เดือนแรกทารกน้อยในครรภ์จะได้รับสารอาหารจากถุงไข่แดง แต่หลังจากเข้าไตรมาสที่สองเป็นต้นไปน้ำหนักของคุณแม่ควรจะขึ้นมาเป็นลำดับ ซึ่งน้ำหนักที่ค่อยๆ ขยับขึ้นมานี้ส่วนสำคัญมาจากโภชนาการอาหารที่คุณแม่ทานเข้าไปในแต่ละวันนั่นเองค่ะ สารอาหารต่างๆ ที่ได้จากอาหารที่มีประโยชน์ส่วนหนึ่งจะถูกส่งต่อไปให้ทารกในครรภ์ เพื่อใช้ในการสร้างร่างกายและพัฒนาการเจริญเติบโต ซึ่งการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์มี 2 รูปแบบ คือ การเจริญเติบโตทางโครงสร้าง(ทารกจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่เมื่อเทียบกับเกณฑ์) และแบบที่สองคือ การพัฒนาเกี่ยวกับระบบการทำงานของร่างกาย เช่น หลังคลอดมาแล้วจะเป็นทารกที่แข็งแรงหรือไม่3

 

โภชนาการที่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์

 

โภชนาการที่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์

  1. โปรตีน เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญในการสร้างอวัยวะและส่งเสริมการเจริญเติบโตของทารก แหล่งอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน เช่น นม ไข่ ถั่ว เนื้อสัตว์ เป็นต้น
  2. คาร์โบไฮเดรต เป็นสารอาหารที่ทำหน้าที่ให้พลังงานและความอบอุ่นกับร่างกาย แหล่งอาหารกลุ่มนี้ เช่น ข้าว ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว สปาเกตตี้ เป็นต้น
  3. ไขมัน เป็นกลุ่มอาหารที่ให้พลังงานและความอบอุ่นกับร่างกายเช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรต และหากเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ที่จะพบได้จากอาหารทะเล สาหร่าย ปลา และน้ำมันพืช เช่น น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันดอกทานตะวัน ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้จะมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการสมองของทารกในครรภ์ เช่น ดีเอชเอ, เออาร์เอ เป็นต้น
  4. วิตามิน เป็นสารอาหารที่ช่วยในการทำงานของกระบวนการทำงานของร่างกาย เช่น เป็นตัวช่วยให้ขบวนการย่อยอาหารทำงานได้อย่างสมบูรณ์ แหล่งอาหารที่มีวิตามินที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ทุกชนิด ไข่ นม เนย ฟักทอง ถั่ว ฯลฯ
  5. แร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย ก็เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส ฯลฯ แร่ธาตุเหล่านี้จะได้จากการทานอาหารทุกชนิด เช่น ไข่แดง ตับ ผักใบเขียวต่างๆ เป็นต้น4

 

 

คุณแม่ท้องหากได้รับโภชนาการที่ดีตลอดการตั้งครรภ์จะช่วยให้ทั้งมีทั้งสุขภาพที่ดี และช่วยให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ ซึ่งก็จะส่งผลให้ลูกน้อยในครรภ์มีสุขภาพ การเจริญเติบโตที่แข็งแรงสมบูรณ์ด้วยเช่นกัน ฉะนั้นอย่าลืมให้ความสำคัญกับการดูแลโภชนาการช่วงแรกของชีวิตกันด้วยนะคะ

 

โภชนาการ

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก :
1,2รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์.คู่มือตั้งครรภ์และเตรียมคลอดสำหรับคุณแม่ยุคใหม่. ปี 2553.หน้า 60.
3, 4รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์.คู่มือตั้งครรภ์และเตรียมคลอดสำหรับคุณแม่ยุคใหม่. ปี 2553.หน้า 124-127.
[Sassy_Social_Share]