คนท้องกินหวาน ได้ไหม?

ความหวานกับคนท้องดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ถูกห้ามปรามกันเยอะพอสมควร เพราะการทานหวานมากเกินไปอาจทำให้เสี่ยงต่อสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ แต่ถ้าจะไม่กินหวานเลยก็ไม่ดีต่อร่างกายเสี่ยงป่วยจากขาดน้ำตาลได้เช่นกัน จึงเกิดคำถามว่าคนท้องกินหวานได้ไหม?

คนท้องกินหวาน ได้ไหม?

จากการที่ได้สอบถามความคิดเห็นจากคุณแม่ๆ ที่เป็นผู้อ่านของเว็บไซต์ดิเอเชี่ยนพาเร้นท์ และกลุ่มคนท้องคุยกัน ทำให้ทราบว่าคุณแม่ท้องส่วนใหญ่ทานหวานกันอยู่บ้าง แต่ก็แอบมีความกังวลอยู่ด้วยว่าทานหวานแล้วจะเสียสุขภาพทั้งตัวเองและลูกในท้อง

 

โดยคุณแม่กลุ่มนี้ถึงแม้จะทานหวานบ้าง แต่ก็จะพยายามไม่ทานในปริมาณที่มากเกินไป และจะเลือกทาน เช่นถ้าเป็นน้ำผลไม้จะเลือกที่สกัดมาสดๆ ใหม่ๆ และไม่เติมน้ำตาลเพิ่ม ที่จะได้ความหวานที่มาจากธรรมชาติล้วนๆ

 

แต่ก็มีข้อคิดเห็นจากคุณแม่ท้องบางท่านที่อายุมากขณะมีน้อง จะได้รับคำแนะนำมาจากคุณหมอ ซึ่งให้เสี่ยงทานหวาน เพราะอาจเสี่ยงเกิดเบาหวาน และให้เปลี่ยนจากของหวานๆ เช่น ขนมเค้ก น้ำหวาน น้ำอัดลม ฯลฯ มาทานเป็นผลไม้แทน

 

ข้อเท็จจริงในเรื่องการกินหวานของคนท้องนั้น สามารถทานได้แต่มีข้อจำกัดในปริมาณความหวานที่ได้จากอาหาร ทั้งอาหารคาว อาหารหวาน รวมถึงเครื่องดื่มต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของน้ำตาล เนื่องจากการทานหวานขณะตั้งครรภ์ในปริมาณที่มากเกินความต้องการของร่างกาย จะเกิดการสะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งก่อให้เกิดโรคได้ อย่างในคนท้องที่เป็นกันมากก็มี โรคเบาหวานแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับแม่ท้องที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ช่วงกลางไตรมาสสองขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีโรคอ้วน และปริมาณน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลเสียต่อคุณแม่ท้อง และรวมถึงทารกน้อยในครรภ์ด้วยเช่นกัน ซึ่งอยากบอกให้รู้ว่าแม่กินอะไรตอนท้อง ลูกในท้องก็ได้กินได้รับสารอาหารทั้งดี และไม่ดีไปพร้อมกันกับแม่นั่นแหละค่ะ  ฉะนั้นหากอยากมีสุขภาพที่ดีทั้งแม่และลูก ต้องดูแลเรื่องอาหารการกินให้เหมาะสม มีคุณภาพได้ประโยชน์กันด้วยนะคะ 

 

คนท้องกินหวาน

คนท้องกินหวาน ปริมาณน้ำตาลแค่ไหนถึงจะพอ?

แน่นอนว่า การจำกัดปริมาณน้ำตาลที่เติมเพิ่มจากความหวานปกติที่ได้จากอาหาร  ทางสำนักโภชนาการ  กรมอนามัย  กระทรวงสาธารณสุขระบุไว้ดังนี้ “การบริโภคน้ำตาลแต่น้อย ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ องค์การอนามัยโลกกำหนดปริมาณน้ำตาลไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของปริมาณพลังงานที่ได้รับประจำวัน การบริโภคน้ำตาลในแต่ละวันจึงไม่ควรเกิน 6-8 ช้อนชาต่อวัน”

 

แล้วหวานแบบไหน ถึงดีต่อสุขภาพแม่ท้อง?

เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงโรคเบาหวานแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ สิ่งสำคัญสุดคือ แม่ต้องไม่ตามใจปาก กินของหวานอยู่ตลอดเวลา ที่เช้าหลังกินข้าวอิ่ม ก็ต่อด้วยชาเย็นหวานๆ 1 แก้ว เที่ยงกินข้าวอิ่มขอตบท้ายด้วยช็อกโกแลตสักแท่ง พอตกบ่ายลดความโหยของร่างกายด้วยเค้กหนึ่งชิ้นพร้อมกับจิบชาเขียวเย็น มื้อเย็นอิ่มข้าวแต่ขอขนมบัวลอยใส่ไข่สักถ้วย  ที่ยกตัวอย่างมานี้เกิดขึ้นจริงกับแม่ท้องหลายๆคนเลยค่ะ ที่ถ้าทำแบบนี้ไปจนกว่าจะคลอดลูก ฟันธงได้เลยว่า เบาหวานถามหาแน่นอน เป็นแล้วเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้นะคะ

 

คนท้องกินหวาน

 

เอาเป็นว่าถ้าแม่ท้องจะกินหวาน เรามาเลือกหวานแบบสุขภาพดีกันดีกว่า

  1. อยากกินทุเรียน หวานไปค่ะแม่ เปลี่ยนเป็นผลไม้อย่าง แก้วมังกร ฝรั่ง แตงโม ฯลฯ แทนดีกว่า
  2. อยากดื่มน้ำอัดลมให้ชื่นใจ น้ำตาลเยอะไปค่ะแม่ เปลี่ยนเป็นดื่มน้ำผลไม้สดที่ไม่ใส่น้ำตาลเพิ่มจะดีมากกว่า
  3. อยากกินเงาะกระป๋องเย็นๆ โอ๊ะ!! นี่ก็น้ำตาลเยอะเลยนะ แม่ เปลี่ยนเป็นแคนตาลูปแช่เย็นแทนนะคะ
  4. อยากกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แม่จ๋ากินแป้งเยอะ มันจะเข้าไปสะสมในร่างกายแล้วเปลี่ยนเป็นน้ำตาล ทำแม่อ้วนได้ เปลี่ยนเป็นกินสลัดผลไม้สดเบาๆ ในช่วงบ่ายๆ แบบนี้ดีกว่า
  5. อยากกินโยเกิร์ตรสผลไม้รวม กินได้ค่ะแม่ แต่ขอเป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติแล้วเติมผลไม้สดพวกส้ม แคนตาลูป กล้วย หรือกีวี ลงไปแทนผลไม้เชื่อมจะดีต่อสุขภาพมากกว่านะจ๊ะ

การทานหวานแบบพอดีๆ จะช่วยให้คุณแม่ท้องมีสุขภาพดีได้ไม่ยากค่ะ ดังนั้นเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ไม่ว่าจะก่อนท้อง หรือกำลังท้องอยู่ ขอให้ทานหวานตามปริมาณที่ร่างกายควรได้รับนั่นคืออย่างให้เกิน 6-8 ช้อนต่อวัน แล้วยิ่งถ้าขนม อาหาร หรือเครื่องดื่มต่างๆ ที่มีความหวานอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องไปเติมน้ำตาลเพิ่มเข้าไปอีกนะคะ และที่อยากแนะนำคือถ้าจะต้องกินหวาน ขอให้เปลี่ยนจากน้ำตาลทรายขาว มาเป็นน้ำตาลทรายแดงแบบไม่ขัดสี น่าจะดีต่อสุขภาพของแม่ท้องมากกว่าค่ะ 

 

โภชนาการที่ดีและเหมาะสมนั้นสำคัญมาก จึงอยากให้ทุกครอบครัวหันมาใส่ใจในเรื่อง
โภชนาการช่วงแรกของชีวิต กันให้มากค่ะ

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก
สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. nutrition.anamai.moph.go.th

 

 

 

 

 

[Sassy_Social_Share]