“คอลอสตรัม” น้ำนมเหลือง สุดยอดอาหารเพื่อลูกน้อย

ชวนคุณแม่มารู้จักกับสุดยอดอาหารแรกเพื่อลูกน้อยอย่าง “น้ำนมเหลือง” น้ำนมที่เต็มไปด้วยสารอาหารและสารภูมิคุ้มกัน ซึ่งจำเป็นสำหรับทารก น้ำนมเหลืองนี้จะมีออกมาในช่วงแรกๆ หลังคลอด เราจึงไม่อยากให้คุณแม่พลาดช่วงดีๆนี้ไป แล้วในน้ำนมเหลืองจะมีอะไรบ้างนั้น เรามาดูกันเลยค่ะ

น้ำนมเหลืองคืออะไร?

น้ำนมเหลือง  หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า "น้ำนมระยะหัวน้ำนม (colostrums)" นั้นคือน้ํานมแมที่หลั่งออกวันแรกๆ หลังคลอด มีลักษณะสีเหลืองและขนกวาน้ํานมปรกติ มีความเขมขนของสารอาหารอย่าง calcium ,Potassium , Protein , fat soluble Vitamin , เกลือแรและภูมิตานทาน สูงกวาน้ํานมปรกติ น้ำนมเหลืองจะออกมาใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด นอกจากสารอาหารแล้ว ยังมีสารภูมิคุ้มกันในปริมาณสูง ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในทารกแรกเกิดอีกด้วย

 

แต่คุณแม่หลายคนอาจจะไม่รู้ค่าของน้ำนมแรก จึงบีบทิ้งบ่อยๆ เพราะคิดว่าสีเหลืองของน้ำนมคือนมที่ไม่สะอาด ดังนั้นเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น เราจึงขอให้ข้อมูลคุณแม่เกี่ยวกับน้ำนมเหลือง ว่าทำไมถึงเป็นอาหารที่มีคุณค่ามาก และเป็นสุดยอดอาหารเพื่อลูกน้อยมาบอกกันค่ะ

 

10 เหตุผล ที่ทำให้น้ำนมเหลืองเป็นสุดยอดอาหารของลูก

1. "น้ำนมเหลือง" ถูกผลิตขึ้นได้ตั้งแต่ตอนคุณแม่ตั้งครรภ์และต่อไปได้อีกในช่วงวันแรกๆ หลังคลอด

 

2."น้ำนมเหลือง" มีสีเหลืองถึงสีส้ม ข้น และเหนียว มีปริมาณไขมันต่ำ แต่คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และแอนติบอดี้สูง เพื่อช่วยให้ทารกแรกคลอดแข็งแรง

 

3."น้ำนมเหลือง" ย่อยง่ายมาก จึงเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิด

 

4."น้ำนมเหลือง"  ปริมาณน้อย (เป็นช้อนชา) แต่มีสารอาหารเข้มข้นที่เหมาะสมสำหรับเด็กแรกเกิด

 

5. "น้ำนมเหลือง" จะออกมาในช่วงวันแรกๆ หลังคลอด คุณแม่ต้องให้นมบ่อยๆ อย่างน้อย 8-12 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง และยิ่งบ่อยยิ่งดี ทั้งนี้เพื่อที่จะให้ทารกได้"น้ำนมเหลือง" เต็มที่ ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมให้มากขึ้น และช่วยป้องกันปัญหาเต้านมคัดอักเสบด้วย

 

6."น้ำนมเหลือง" มีเซลล์ที่มีชีวิตจำนวนมากที่จะช่วยปกป้องลูกน้อยจากการติดเชื้อต่างๆ ความเข้มข้นของสารต่อต้านเชื้อโรคในน้ำนมเหลืองมีมากกว่าในน้ำนมเต็มวัย

7. "น้ำนมเหลือง"  มีความสามารถประหนึ่งวัคซีนจากธรรมชาติที่ปกป้องลูกจากความเจ็บป่วย มีแอนติบอดี้ชนิด sIgA (secretory IgA) ปริมาณมากซึ่งลูกไม่สามารถสร้างเองได้ ก่อนที่ลูกจะคลอดออกมานั้น ลูกได้รับแอนติบอดี้ชนิด IgG ผ่านทางรกของแม่ ซึ่งทำงานอยู่ในกระแสเลือดของลูก แต่แอนติบอดี้ชนิด IgA ที่ได้จากน้ำนมแม่จะทำงาน ณ ตำแหน่งที่มักเป็นทางติดเชื้อ เช่น ช่องปาก ช่องคอ ปอด และลำไส้ ซึ่งเหมาะสมมาก เพราะลูกได้ออกจากครรภ์มาสู่สิ่งแวดล้อมภายนอกและอาจได้รับเชื้อโรคจากช่องทางเหล่านี้

 

8. "น้ำนมเหลือง" มีหน้าที่สำคัญต่อระบบทางเดินอาหารของลูก เนื่องจากเซลล์ที่บุผิวของลำไส้ในทารกแรกเกิดยังเรียงตัวกันไม่แน่นดี จึงทำให้ลำไส้ยังไม่แข็งแรงและมีการซึมผ่านของสารต่างๆ ได้มากกว่าที่ควร (เมื่อเทียบกับลำไส้ที่สมบูรณ์แล้ว) น้ำนมเหลืองจะช่วยในการอุด "รู" ระหว่างเซลล์ในลำไส้โดย "เคลือบ" ผิวเอาไว้ ทำให้ป้องกันการซึมผ่านของสารแปลกปลอมที่อาจกระตุ้นให้เกิดการแพ้อาหารคุณแม่ทาน (ผ่านทางน้ำนม) ในภายหลัง

 

9. "น้ำนมเหลือง" มีจำนวนเม็ดเลือดขาวสูงมาก เม็ดเลือดขาวมีหน้าที่ทำลายแบคทีเรียและไวรัสก่อโรคทั้งหลาย

 

10. "น้ำนมเหลือง" จะจางลงภายในระยะ 2 สัปดาห์หลังคลอด น้ำนมจะใสขึ้นและสีขาวขุ่นขึ้น เรียกว่า น้ำนมเต็มวัย (mature milk) ระยะนี้ ความเข้มข้นของแอนติบอดี้จะลดลงแต่ปริมาณน้ำนมจะเพิ่มขึ้น แม้แอนติบอดี้จะลดลง คุณสมบัติในการต่อต้านการติดเชื้อก็ยังมีอยู่ในน้ำนมเต็มวัย ตราบเท่าที่ลูกได้รับน้ำนมแม่ก็จะยังได้รับภูมิคุ้มกันไปตลอด

 

นี่ล่ะค่ะคุณค่าของน้ำนมเหลืองและเรื่องราวของสารอาหารที่ทรงคุณค่าที่เราอยากบกต่อคุณแม่ ที่สำคัญ การจะได้น้ำนมคุณภาพนั้นต้องมาจากโภชนาการที่ถูกต้อง อย่าลืมใส่ใจกับอาหารการกิน เพื่อสร้าง "โภชนาการช่วงแรกของชีวิต" ที่มีคุณภาพ เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งตัวคุณแม่เองและลูกน้อยนะคะ

ที่มา

http://www.llli.org/faq/colostrum.html

https://dlibrary.thaibreastfeeding.org/

https://www.facebook.com/BreastfeedingThai

[Sassy_Social_Share]