DHA สำคัญกับคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างไร?

คุณแม่หลายคนรู้จัก DHA กันดีว่าเป็นสารที่มีประโยชน์ แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าการสะสม DHA ตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์นี่ล่ะ จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทั้งสมองและประสาทตาให้กับลูกน้อยได้ดียิ่งกว่าการไปเสริมหลังคลอด นอกจากนี้ DHA ยังดีต่อคุณแม่ตั้งครรภ์เองด้วย แต่จะดีอย่างไร และ DHA มีอยู่ในอะไรบ้าง เราไปดูกันเลยค่ะ

รู้จัก DHA กันก่อน

DHA (Docosahexaenoic acid) คือ กรดไขมันชนิดจำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุด ของไขมันที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ มีอีกคำที่คุ้นหูคุณแม่ไม่แพ้กันคือ "กรดไขมันโอเมก้า 3" นั่นก็เพราะ DHA เป็น 1ใน 3 กรดไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งอยู่ในกลุ่มที่เราเรียกว่า โอเมก้า 3 นั่นเอง  (ไขมันอีก 2 ตัวคือ ALA : Alpha Linolenic Acid และ EPA : EicosaPentaenoic Acid)

 

ส่วนแหล่งอาหารที่ให้ DHA ปริมาณที่สูงได้แก่น้ำมันจากปลาทูน่าเชื่อว่าสาร DHA ที่ผ่านเข้าไปในสมองและเสริมสร้างการเจริญเติบโตของปลายประสาทที่เรียกว่า เดนไดรต์ (dendrite) ซึ่งจะทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณและผ่านข้อมูลระหว่างเซลล์สมองด้วยกัน ทำให้เกิดความจำและการเรียนรู้

DHA  มีประโยชน์อย่างไรกับแม่ตั้งครรภ์?

นักโภชนาการจากมหาวิทยาลัย Kansas Medical Center สหรัฐอเมริกาและคณะ ทำการศึกษาผลของการรับประทาน กรดไขมันโอเมก้า 3 ดีเอชเอ (omega-3 DHA) ระหว่างตั้งครรภ์ต่อการคลอดบุตร ในหญิงตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์ 8 ถึง 20 สัปดาห์ จำนวน 350 ราย ในกลุ่มแรกให้รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร algae-derived DHA วันละ 600 mg แบ่งให้วันละ 3 เวลา ติดต่อกันทุกวันจนกระทั่งคลอดบุตร ส่วนอีกกลุ่มให้รับประทานยาหลอก

 

ผลการศึกษาพบว่าในกลุ่มที่ได้รับ DHA มีแนวโน้มที่จะให้กำเนิดบุตรที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า และความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกประมาณ 3 วัน มารดาในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก พบว่ากว่าร้อยละ 5 คลอดก่อนกำหนด (ระยะเวลาตั้งครรภ์ต่ำกว่า 34 สัปดาห์) ในขณะที่มารดากลุ่มที่ได้รับ DHA พบการคลอดก่อนกำหนดต่ำกว่าร้อยละ 1 นอกจากนั้นคณะผู้ทำการศึกษา ทำการตรวจวัดระดับกรดไขมันในกระแสเลือดของมารดาและบุตร พบว่ามีเพียงกลุ่มที่ได้รับ DHA ระหว่างตั้งครรภ์ ที่มีปริมาณ DHA สูงขึ้น

 

DHA มีอยู่ในที่อาหารชนิดไหนบ้าง?

ส่วนใหญ่ DHA จะมีอยู่ในแหล่งอาหารโปรตีนเช่น ปลา และไข่ โดยมีมากในปลาทะเลน้ำลึก  เช่น ปลาทูน่า  ปลาแซลมอน  ปลาโอลาย  และปลาที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง "ปลาทู" คุณแม่หลายคนอาจจะคิดว่า DHA มีแค่ในปลาทะเล แล้วถ้าตัวคุณแม่แพ้อาหารทะเลลูกก็จะไม่ได้รับ DHA ไปด้วย ซึ่งไม่จริงเลยค่ะ คุณแม่สามารถรับประทาน DHA จากแหล่งอื่นได้อีก เช่น ในปลาน้ำจืดที่มีไขมันสูง เช่น  ปลาช่อน ปลาสวาย หรือในปลาที่มีไขมันปานกลาง เช่น ปลาดุก ปลาอินทรีย์ ปลาสลิด ปลาจะละเม็ด ปลาสำลี ปลาตะเพียน รวมถึงในไข่ไก่ก็มี DHA เช่นกัน แม้ว่าปริมาณจะไม่มาเท่าในปลาก็ตาม

 

จากการวิจัยพบว่าการบริโภคปลาทะเลประมาณ 30 กรัมต่อวันและ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะสามารถเพิ่มกรดไขมันจำเป็นโอเมก้า-3 ในอาหารได้สูงถึง 0.2-5.0 กรัมต่อวันซึ่งหมายถึงได้รับสาร DHA สูงขึ้นด้วย ปลาทะเลไทยๆ ที่มีราคาถูกและพบว่ามีกรดไขมันชนิดโอเมก้า-3 ปริมาณสูงได้แก่ ปลาทู ประมาณ 2-3 กรัมต่อ100 กรัม นอกจากนี้ยังมี ปลาอีกา ปลากระพง และปลาตาเดียว อีกด้วย

 

DHA ไม่ได้มีแค่ในปลานะ

DHA ในพืชถึงจะมีปริมาณไม่มากเท่าในสัตว์แต่ก็มีอยู่ เป็นตัวเลือกให้กับคุณแม่ที่ต้องการรับประทานอาหารให้หลากหลาย หรือคุณแม่ที่เป็นมังสวิรัติ นั่นคือพืชทะเลอย่าง "สาหร่ายทะเล"  (seaweed หรือ marine algae) นั่นเอง ส่วนในพืชอื่นๆที่เป็นนพืชบกยังไม่มีรายงานว่ามี DHA อยู่

DHA ดีทั้งแต่คุณแม่และลูกน้อย

DHA นั้นส่งผลต่อต่อทารก ตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึง 2 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่สมองและระบบการทำงานของตาเริ่มพัฒนา ดังนั้นเด็กจึงควรได้รับ DHA มากพอสำหรับการพัฒนาสมองและจอประสาทตา โดยในช่วงที่ลูกน้อยอยู่ในครรภ์จะได้ รับดีเอชเอ ผ่านสายรกโดยตรง เพราะน้ำย่อยไขมันของทารกยังไม่เพียงพอในการสังเคราะห์กรดไขมันโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 ได้เต็มที่ จึงยังไม่สามารถเปลี่ยนสารตั้งต้นให้เป็น DHA ได้ และเด็กจะสะสม DHA ไว้ในสมองมากเป็นพิเศษในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด :ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมองเป็นไปอย่างรวดเร็ว

 

ดังนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์จึงจำเป็นต้องเเสริมอาหารที่มี DHA ให้มากเพื่อประโยชน์ต่อตัวคุณแม่เอง คือช่วยลดการเกิดการคลอดก่อนกำหนด และประโยน์ต่อลูกน้อยในการเสริมสร้างเซลล์สมองและจอประสาทตา โดยรับประทาน "ปลา" ต่างๆให้มาก เพราะนอกจากจะเป็นโปรตีนคุณภาพที่อุดมไปด้วยไขมันดีประมาณสูงแล้ว ยังถูกต้องตามโภชนาการ ลดการเกิดภาวะน้ำหนักเกินระหว่างตั้งครรภ์อีกด้วยค่ะ

 

อ้างอิง

http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/dic/news_week_full.php?id=1106

http://www.productivityware.com/articles/arct65.php

[Sassy_Social_Share]