โภชนาการช่วงแรกของชีวิต…เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง (ตอน 1)

โภชนาการช่วงแรกของชีวิต (Early Life Nutrition) มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตลูกน้อยในอนาคตอย่างมาก ว่าแต่ใครรู้บ้างว่าเราควรต้องเริ่มต้นโภชนาการช่วงแรกของชีวิตกันอย่างไร…ทีมงานดิเอเชี่ยนพาเร้นท์ มีข้อมูลที่น่าสนใจในเรื่องนี้มาฝากกันค่ะ

 

ใครเคยเริ่มต้นวันด้วยการดื่มกาแฟแก้วเดียวบ้างคะ จากนั้นก็ใช้ชีวิตตลอดทั้งวันด้วยอาหารกลางวันมื้อเดียว แล้วกว่าจะได้ทานข้าวอีกทีก็มื้อดึกเลย ถ้าคุณมีวงจรชีวิตการทานแบบนี้ ขอบอกเลยค่ะว่า สุขภาพในอนาคตนี่แย่เลย และยิ่งถ้าใครกำลังวางแพลนว่าจะเป็นพ่อแม่ด้วยแล้วล่ะก็  ขอบอกให้หยุดพฤติกรรมการทานแบบนี้ไปเลยค่ะ เพราะถ้าขืนยังใช้ชีวิตที่ไม่ใส่ใจกับโภชนาการสารอาหารอยู่แบบนี้ล่ะก็ เห็นทีโซ่ท้องคล้องใจคงถือกำเนิดเกิดขึ้นมาพร้อมกับความไม่สมบูรณ์ของสุขภาพอย่างแน่นอน ฟังธงเลยค่ะ !

 

มาค่ะ มาสร้างให้ลูกน้อยของเราเติบโตขึ้นเป็นเด็กและผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์กันตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยการดูแลโภชนาการช่วงแรกของชีวิตกันค่ะ…

 

โภชนาการ…ช่วงก่อนตั้งครรภ์

 

โภชนาการช่วงก่อนตั้งครรภ์

 

อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าโภชนาการช่วงแรกของชีวิต  จะต้องเริ่มกันมาตั้งแต่ก่อนที่ผู้หญิงจะมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น อย่างน้อย 3 เดือนแรกก่อนท้อง  เพื่อเป็นการเตรียมร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์มากที่สุด  ดังนั้นควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และมีคุณค่าทางสารอาหารหลากหลาย ซึ่งการเริ่มต้นดูแลตัวเองด้วยการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในแต่ละมื้ออาหารแล้ว ก็ควรต้องงดทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น อาหารหมักดอง อาหารรสจัด อาหารปรุงไม่สุก อาหารกึ่งสำเร็จรูป  งดแอลกอฮอล์ รวมทั้งไม่สูบบุหรี่ เป็นต้น นอกจากนี้ที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้หญิงที่เตรียมตัวตั้งครรภ์ คือ ควรต้องทานโฟเลต (Folate) หรือ กรดโฟลิก (Folic acid) ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน และรับประทานต่อเนื่องไปถึงอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ซึ่งมีผลการวิจัยพบว่าการทานโฟเลตจะช่วยป้องกันและลดปัญหาความผิดปกติของระบบสมองและระบบประสาทของทารกในครรภ์ ภาวะไขสันหลังไม่ปิด ซึ่งกรดโฟลิกนอกจากจะได้จากอาหาร ก็ยังจะได้รับจากการทานในรูปแบบของวิตามิน ในผู้หญิงที่เตรียมตัวตั้งครรภ์ควรทานกรดโฟลิกวันละประมาณ 400 ไมโครกรัม1

 

โภชนาการ…ช่วงตั้งครรภ์ 9 เดือน

 

โภชนาการช่วงตั้งครรภ์ 9 เดือน

 

การส่งต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูก ไม่ได้หยุดแค่ช่วงแรกก่อนตั้งครรภ์เท่านั้นนะคะ แต่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ยังจะต้องได้รับอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไปตลอด 9 เดือนอย่างต่อเนื่อง และต้องบอกว่าอาหารคือปัจจัยหลักสำคัญต่อตัวคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์  ในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์มีความต้องการพลังงาน 2,300 กิโลแคลอรี/วัน2

 

การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์เริ่มต้นมาจากเซลล์ๆ เดียวที่เกิดมาจากการผสมกันของอสุจิและไข่ จากนั้นก็จะพัฒนาให้เป็นรูปร่างของหนึ่งชีวิตน้อยๆ ที่สมบูรณ์ขึ้นภายในเวลา 270 วัน ซึ่งในระหว่าง 9 เดือนที่อยู่ในครรภ์ของแม่นั้น ทารกจะถูกพัฒนาให้มีสมอง หัวใจ ปอด ระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่าย ระบบปัสสาวะ ฯลฯ อย่างในช่วงสัปดาห์ที่ 7 ของการตั้งครรภ์ ทารกจะถูกพัฒนาให้มีลักษณะของใบหน้าชัดขึ้น มีปุ่มแขนและขายื่นออกมา สมองกำลังพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วมีการแบ่งออกเป็นส่วนๆ หัวใจเต้นที่ประมาณ 150 ครั้ง/นาที เซลล์กล้ามเนื้อกำลังพัฒนาขึ้น ส่วนปอด และลำไส้ก็กำลังมีการพัฒนาขึ้น3 ซึ่งพัฒนาการการเจริญเติบโตของทารกที่เริ่มต้นขึ้นนี้ยังจะต้องพัฒนาต่อไปให้สมบูรณ์มากขึ้นจนกว่าจะครบ 9 เดือน แน่นอนว่าพัฒนาการต่างๆ ของทารกในครรภ์จะสมบูรณ์ได้ต้องมาจากโภชนาการที่ได้รับจากคุณแม่ อาหารทุกอย่างที่แม่ทานเข้าไปลูกในท้องก็ได้ทานด้วยเหมือนกัน อย่าลืมว่าเวลาที่จะทานอะไรให้นึกถึงว่า คุณแม่กำลัง Eat for two นะคะ  แต่หากคุณแม่ไม่ใส่ใจในเรื่องอาหารการกินในระหว่างที่ตั้งครรภ์ ก็ย่อมทำให้ทารกไม่สามารถเจริญเติบโตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ได้  ที่แย่ไปกว่านั้นการทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์และไม่ได้คุณภาพ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทารกได้ตั้งแต่ในครรภ์  เมื่อคลอดออกมาลูกก็จะกลายเป็นเด็กที่ไม่แข็งแรงและง่ายต่อการเจ็บป่วยอยู่ตลอดเวลา เช่น โรคภูมิแพ้ เป็นต้น

 

ตัวอย่างประเภทอาหารและปริมาณอาหารที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ควรบริโภคใน 1 วัน

เนื้อสัตว์ต่างๆ  12 ช้อนคาว

นมสด 1-2 แก้ว

ข้าว-แป้ง 9 ทัพพี

ผักใบเขียวและผักอื่นๆ  6 ทัพพี

ผลไม้ต่างๆ 6 ส่วน (มีอยู่ในทุกมื้ออาหาร หรือมื้ออาหารว่าง)

น้ำมันพืช 5 ช้อนชา (ที่นำมาประกอบเป็นอาหาร เช่น เมนูผัด)4

 

นอกจากนี้ในระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ท้องต้องดูแลให้ร่างกายได้รับสารอาหารเหล่านี้อย่างเพียงพอที่ได้จากอาหารที่คุณแม่ทาน เพราะสารอาหารทั้งหมดนี้มีความสำคัญต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์อย่างมาก นั่นคือ  แคลเซียม ใยอาหาร พลังงาน   กรดโฟลิก ธาตุเหล็ก กรดไขมันโอเมก้า 3 โปรตีน สังกะสี ไอโอดีน และต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ

 

โภชนาการที่ดีจากแม่ช่วยส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ลูกได้ตั้งแต่ตอนที่อยู่ในครรภ์ ดังนั้นก่อนที่แม่จะทานอาหารอะไรต้องแน่ใจว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายของแม่และลูกในท้องด้วยนะคะ  การดูแลโภชนาการช่วงแรกของชีวิต ยังไม่จบลงแค่นี้เพราะเรายังต้องดูแลลูกน้อยด้วยโภชนาการที่ดีกันอย่างต่อเนื่องอีก

มาติดตามโภชนาการช่วงแรกของชีวิตเริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง (ตอน 2) กันได้ต่อในบทความหน้านะคะ

 

References

1รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์. คู่มือตั้งครรภ์และเตรียมคลอดสำหรับคุณแม่ยุคใหม่. ปี 2553. หน้า 24.

2,4ฝ่ายโภชนาการ. โรงพยาบาลศิริราช.

3ผศ.ดร.อรกัญญ์ ภูมิโคกรักษ์. คู่มือการตั้งครรภ์สำหรับคุณแม่มือใหม่. ปี 2555. หน้า 19.

 

[Sassy_Social_Share]