การเงินเรื่องสำคัญเตรียมให้พร้อมก่อนมีลูก

“มีลูก 1 คน ยากจนไปอีก 10 ปี” คำกล่าวนี้จะไม่เป็นปัญหา หากคุณมีการวางแผนด้านการเงินให้พร้อมก่อนมีลูก เพราะลูกคือส่วนเติมเต็มที่จะมาสร้างสีสัน และความสัมพันธ์ให้แก่ครอบครัว คู่รักที่ตัดสินใจแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกัน ย่อมต้องอยากมีลูกมาเป็นโซ่ทองคล้องใจแทบทั้งสิ้น แต่ด้วยปัจจุบันที่ค่าใช้จ่ายในแต่ละเรื่อง รวมทั้งค่าครองชีพมีภาวะที่สูงขึ้น หากครอบครัวไหนเริ่มคิดอยากจะมีลูก จึงควรคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้พร้อม แล้ววางแผนการออม และการใช้เงินให้ดี เพื่อให้การมีลูกไม่ได้เป็นการสร้างภาระให้ครอบครัวต้องลำบากนั่นเอง

“มีลูก 1 คน ยากจนไปอีก 10 ปี” คำกล่าวนี้จะไม่เป็นปัญหา หากคุณมีการวางแผนด้านการเงินให้พร้อมก่อนมีลูก

เพราะลูกคือส่วนเติมเต็มที่จะมาสร้างสีสัน และความสัมพันธ์ให้แก่ครอบครัว คู่รักที่ตัดสินใจแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกัน ย่อมต้องอยากมีลูกมาเป็นโซ่ทองคล้องใจแทบทั้งสิ้น แต่ด้วยปัจจุบันที่ค่าใช้จ่ายในแต่ละเรื่อง รวมทั้งค่าครองชีพมีภาวะที่สูงขึ้น หากครอบครัวไหนเริ่มคิดอยากจะมีลูก จึงควรคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้พร้อม แล้ววางแผนการออม และการใช้เงินให้ดี เพื่อให้การมีลูกไม่ได้เป็นการสร้างภาระให้ครอบครัวต้องลำบากนั่นเอง

 

ค่าใช้จ่ายในการมีลูก 1 คน

ค่าใช้จ่ายของลูก 1 คน สามารถแบ่งเป็นช่วงได้ ดังนี้

1. ก่อนตั้งครรภ์

ค่าใช้จ่ายช่วงนี้จะเป็นเรื่องการเตรียมความพร้อม ตรวจเช็กความสมบูรณ์ของร่างกายเพื่อการมีลูก ซึ่งหากพบภาวะมีบุตรยาก และต้องการจะมีลูกจริงๆ คุณจะต้องให้แพทย์วินิจฉัยหาสาเหตุ และวิธีที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง การทำกิฟท์ ทำซิฟท์ อิ๊กซี่ หรือเด็กหลอดแก้ว ซึ่งแต่ละวิธีจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงแตกต่างกันไปตามความยากง่าย

 

2. ระหว่างตั้งครรภ์

เมื่อวินาทีที่ทราบว่ามีชีวิตน้อยๆ มาอยู่ในครรภ์แล้ว ค่าใช้จ่ายต่างๆ อีกสเต็ปก็เริ่มเกิดขึ้นทันที และเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ตั้งครรภ์ นั่นก็คือ

  • ค่าตรวจครรภ์ ฝากครรภ์ ซึ่งต้องไปพบหมอทุกเดือน และหากคุณแม่มีปัญหาด้านสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ เช่น พบภาวะเบาหวาน โลหิตจาง ก็ต้องตรวจรักษาเป็นระยะๆ ซึ่งจะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นอีก
  • ค่าวิตามินที่แพทย์สั่งจ่ายตามอายุครรภ์
  • ค่าเจาะน้ำคร่ำ ในกรณีที่คุณแม่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป
  • ค่าตรวจอัลตราซาวด์ ซึ่งมีให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งอัลตราซาวด์แบบปกติที่จะเห็นเพียงแค่รูปร่างของลูก หรือแบบ 3 มิติ 4 มิติ ที่เพิ่มความคมชัดเจาะลึกไปถึงรายละเอียดต่างๆ จนสามารถเห็นเค้าโครงใบหน้าของลูกได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายก็จะสูงตามขึ้นไปด้วย
  • ค่าทำคลอด ซึ่งหากต้องผ่าคลอดก็จะมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่าการคลอดธรรมชาติ

 

นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ ของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ เช่น ค่าชุดคลุมท้อง ชุดชั้นในที่ปรับเปลี่ยนไปตามขนาดของร่างกาย ครีมบำรุงป้องกันท้องแตกลาย ผ้ารัดหน้าท้อง รองเท้าสำหรับคนท้อง เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายช่วงนี้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการเลือกสรร และกำลังทรัพย์ของแต่ละครอบครัว หากเลือกฝากครรภ์กับโรงพยาบาลของรัฐก็จะถูกกว่า หรือแม้แต่โรงพยาบาลเอกชนเหมือนกัน ก็ยังมีค่าบริการทางการแพทย์ที่แตกต่างกัน ทางที่ดีควรสอบถามคนใกล้ตัวที่มีประสบการณ์ พร้อมกับเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลที่สนใจสัก 2-3 แห่งควบคู่ไปด้วย เพื่อจะได้คำนวณ และวางแผนการเงินได้อย่างถูกทาง

 

3. หลังคลอด

เป็นค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ต้องวางแผนให้ดีที่สุด เพราะในอนาคตข้าวของเครื่องใช้บางอย่างอาจมีราคาสูงขึ้น จึงควรแบ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ตามช่วงวัยของลูก

วัยเด็กเล็ก

  • ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพ ทั้งค่าวัคซีนตามวัย ค่าแพทย์ตรวจรักษาเมื่อลูกเจ็บป่วย
  • ค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน เปล ผ้าอ้อม ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ขวดนม ของเล่นเสริมพัฒนาการ ของใช้ประจำวัน ฯลฯ
  • ค่านม อาหารเสริมต่างๆ
  • ค่าพี่เลี้ยง หรือ Day Care ในกรณีฝากเลี้ยงระหว่างที่คุณออกไปทำงานนอกบ้าน

วัยเรียน

วัยเรียนของลูกจะใช้ระยะเวลาประมาณ 19 ปี การเลือกโรงเรียนจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการวางแผนการเงินในครอบครัว ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะให้ลูกเรียนโรงเรียนสังกัดรัฐบาล เอกชน หรือนานาชาติ และโปรแกรมการสอนแบบใด ซึ่งค่าเทอมจะแตกต่างกันมากพอสมควร ซึ่งมีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักล้านต่อปีเลยทีเดียว

  • ระดับอนุบาล 3 ปี
  • ระดับประถมศึกษา 6 ปี
  • ระดับมัธยมศึกษา 6 ปี
  • ระดับอุดมศึกษา 4 ปี

 

ทั้งนี้ ยังไม่รวมค่าอาหารประจำวัน อาหารเสริมตามหลักโภชนาการตามวัย ค่าขนม ค่าเดินทาง ค่ากิจกรรมภายในโรงเรียน ค่าภาษีสังคม ค่าเรียนพิเศษ เรียนเสริมทักษะต่างๆ และค่าข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของลูกอีกด้วย

 

การเงินเรื่องสำคัญเตรียมให้พร้อมก่อนมีลูก

 

ปัจจัยค่าใช้จ่ายจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการ “เลือก” ของคุณพ่อคุณแม่เป็นสำคัญ ซึ่งควรอยู่บนพื้นฐานความเหมาะสม และความจำเป็นของครอบครัว เพราะอย่าลืมว่า คุณยังมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวในแต่ละวัน รวมทั้งเงินออมต่างๆ สำหรับใช้ในยามฉุกเฉินที่จะต้องนำมาคิดคำนวณด้วยเช่นกัน

 

...เพราะการวางแผนที่ดี คืออนาคต และความสุขที่แท้จริงของครอบครัว...        

[Sassy_Social_Share]