จะวางแผนการเงินเพื่ออนาคตของลูก ต้องเริ่มต้นอะไรบ้าง ?

เมื่อลูกน้อยเริ่มโตขึ้น ค่าใช้จ่ายก็มีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว หากพ่อแม่คนไหนไม่เตรียมวางแผนการเงินมาให้ดีตั้งแต่ต้น ย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายภายในครอบครัวอย่างแน่นอน เพื่อให้ทุกครอบครัวมีอนาคตทางการเงินที่สดใส มาดูกันค่ะว่า เราต้องเตรียมวางแผนค่าใช้จ่ายอะไรให้แก่ลูกบ้าง

 

1. ด้านการศึกษา – เป็นค่าใช้จ่ายหลักที่พ่อแม่ต้องเตรียมไว้แต่เนิ่นๆ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายระยะยาวนานเกือบ 20 ปี ซึ่งแบ่งช่วงการศึกษาได้เป็น

  • ช่วงอนุบาล ระยะเวลา 3 ปี
  • ช่วงประถมศึกษา ระยะเวลา 6 ปี
  • ช่วงมัธยมศึกษา ระยะเวลา 6 ปี
  • ช่วงอุดมศึกษา ระยะเวลา 4 ปี

ทั้งนี้ ยังไม่รวมค่าหนังสือ อุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า กิจกรรมเสริมของโรงเรียน ค่าเรียนพิเศษทางวิชาการ หรือพัฒนาความสามารถพิเศษด้านต่างๆ ซึ่งพ่อแม่ควรเตรียมค่าใช้จ่ายเรื่องนี้ให้ดีก่อนที่ลูกจะเริ่มเข้าเรียนเสียอีก โดยตั้งเป้าหมายการออมไว้เป็นระยะๆ อย่างค่าเล่าเรียนในช่วงวัยอนุบาล เป็นค่าใช้จ่ายที่กำลังจะเกิดขึ้นก่อน พ่อแม่อาจเลือกการออมแบบฝากประจำ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ และไม่ต้องใช้เวลาในการออมยาว ส่วนค่าใช้จ่ายในระดับประถมศึกษาขึ้นไป ซึ่งมีความต้องการการใช้เงินอยู่ในระยะ 4-5 ปีข้างหน้า อาจเลือกการออมที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นมาอีกนิด เพื่อให้ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น เช่น พันธบัตรรัฐบาล กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว หุ้นกู้คุณภาพดี LTF หรือซื้อประกันเพื่อการศึกษา ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ที่ช่วยเป็นหลักประกันอนาคตทางการศึกษาของลูกให้ไม่สะดุด หากพ่อแม่มีเรื่องฉุกเฉินให้ต้องใช้จ่ายในเรื่องอื่น

 

2. ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ – นอกจากการฉีดวัคซีนตามอายุของลูกแล้ว พ่อแม่ต้องเตรียมตัวสำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในกรณีต่างๆ อีกด้วย เพราะอุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วยเป็นเรื่องปกติสำหรับเด็ก และเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ เด็กบางคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย หรือต้องนอนพักรักษาตัวอยู่หลายวันหลายสัปดาห์ ยิ่งทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย การซื้อประกันสุขภาพให้กับลูก จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่พ่อแม่หลายคนเลือก เพื่อลดรายจ่ายก้อนโตเมื่อลูกต้องนอนโรงพยาบาล แต่ถึงอย่างไร ต้องอย่าลืมด้วยว่า ประกันแต่ละชนิดก็มีเงื่อนไขการดูแลรักษาครอบคลุมที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันมีราคาถูกแพงต่างกันด้วย เพื่อให้การวางแผนจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพของลูกในแต่ละปีเป็นไปอย่างราบรื่น พ่อแม่ต้องศึกษารายละเอียดของกรมธรรม์ให้ดีก่อนทุกครั้ง

 

วางแผนการเงินเพื่ออนาคตของลูก-ต้องเริ่มต้นอะไรบ้าง

 

3. ค่าใช้จ่ายด้านโภชนาการ – เด็กในวัยเจริญเติบโตและใช้พลังงานสูง นอกจากอาหารหลักทั้ง 3 มื้อแล้ว เขายังต้องการนมเป็นอาหารเสริมอีกด้วย พ่อแม่หลายคนจึงใช้วิธีลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยส่วนตัวลง เพื่อนำมาซื้อนมให้ลูกแทน นอกจากจะไม่ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ลูกยังได้รับสารอาหารครบถ้วน แข็งแรง สมบูรณ์อีกด้วย

 

4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ – ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจแตกต่างกัน เช่น ค่าพี่เลี้ยงเด็ก ค่าของเล่นเสริมพัฒนาการ ค่าหนังสือนิทาน ค่าเสื้อผ้า เครื่องประดับของลูก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยและไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัว อย่างไรก็ดี พ่อแม่ควรแบ่งเงินเดือนส่วนหนึ่งเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายนี้โดยเฉพาะไปเลย หรือบางครอบครัวที่มีกำลังพอไหว จะวางแผนไกลเก็บเงินขวัญถุงให้ลูกหลังเรียนจบ ก็อาจเลือกเป็นประกันชีวิตแบบออมเงิน ซึ่งเมื่อครบกำหนดสัญญากรมธรรม์ ก็จะมีเงินก้อนให้ลูกแบบไม่ต้องกังวลใจ แถมมีประกันชีวิตเป็นผลพลอยได้ตลอดสัญญาอีกด้วย

 

การวางแผนการลงทุนเพื่ออนาคตของลูก เป็นสิ่งจำเป็นที่พ่อแม่ควรเตรียมไว้เสียแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะเลือกวิธีใดนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับฐานะทางเศรษฐกิจภายในครอบครัวด้วยเช่นกัน เพื่อให้การวางแผนเป็นหลักประกันที่ให้ความสุขแก่ทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง

 

 

5 สุดยอดอาหารช่วยส่งเสริมพัฒนาการสมองลูกน้อย

 

[Sassy_Social_Share]