5 วิธีง่ายๆ ให้ลูกวัยอนุบาลเลิกติดขนม

ปัญหาลูกติดขนมจนไม่ยอมกินข้าว เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ในเด็กๆ วัยอนุบาล แถมเด็กๆ ยังติดขนมถุงที่เป็นขนมยอดฮิตในวัยนี้ ด้วยรสชาติที่ปรุงแต่ง สี กลิ่น รูปร่างมาจนถูกในเด็กๆ จึงทำให้ความสนใจในการกินอาหารหลักนั้นลดลงไป ให้คุณแม่หลายคนเป็นห่วงว่าลูกจะได้รับโภชนาการไม่ครบถ้วน เราจึงมีวิธีง่าย 5 ข้อมาช่วยปรับพฤติกรรมการกินให้กับลูกในวัยอนุบาลมาบอกกันค่ะ

ขนมถุง... อร่อยแฝงภัยร้าย

เราเชื่อแน่ว่าทุกครั้งที่เข้าร้านสะดวกซื้อ เจ้าตัวเล้กจะต้องรีบวิ่งไปที่ชั้นขนม พร้อมกับเลือกซื้อขนมกรุบกรอบสีสันสดใสกันคนละถุงสองถุง คุณพ่อคุณแม่ต่างทราบดีว่าขนมเหล่านี้มีคุณค่าทางโภชนาการน้อยเหลือเกิน แต่เด็กๆก็ชอบมากๆ บางคนติดเพราะเพื่อนที่โรงเรียนกิน บางคนชอบเพราะรสชาติ กลิ่น ที่น่าอร่อย บางคนกินมากจนลืมกินข้าวไปเลย

ขนมเหล่านี้มักทอดกรอบ ไขมันจากน้ำมันที่ใช้นั้นอาจจะมากกว่าไขมันที่ได้รับในอาหาร 1 มื้อของลูกด้วยซ้ำ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เด็กๆ เหล่านี้มักมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ เป็นเด็กอ้วนแต่ขาดสารอาหาร เพราะได้รับอาหารไม่ครบ 5 หมู่

ที่น่ากลัวไม่แพ้กันคือเกลือหรือโซเดียมที่แฝงอยู่ ซึ่งหากร่างกายได้รับเกลือมากเกินไป จะทำให้ไตซึ่งมีหน้าที่ขจัดของเสียเสื่อมสภาพเร็ว และไม่สามารถขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกายได้ ทั้งยังเสี่ยงต่อภาวะความดันเลือดสูง ทำให้มีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้

ส่วนขนมที่มีรสหวาน ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน นอกจากจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานในเด็กแล้ว ยังทำให้สุขภาพช่องปากของเด็กๆเสียไปด้วย หลายคนที่เพิ่งมีฟันน้ำนมขึ้นครบกลับต้องเพชิญกับฟันผุอย่างมากมาย ซึ่งมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากขนมเหล่านี้

shutterstock_118845463

แล้วถ้าเจ้าตัวเล็กติดขนมเข้าซะแล้ว คุณแม่จะทำอย่างไร? เรามีวิธีมาบอกค่ะ

5 วิธีง่ายๆ ให้ลูกไม่ติดขนม

1.เปลี่ยนเวลากิน 

ให้ลูกกินขนมในช่วงหลังอาหารเท่านั้น เพราะเมื่อกินอาหารจนอิ่มแล้ว เจ้าตัวเล็กก็จะลดปริมาณการกินขนมลงไปด้วย

2. ให้ดูผลลัพธ์

สอนให้ลูกรู้ว่าการกินขนมที่มากเกินไปนั้นจะทำให้เกิดผลเสียอย่างไร อาจจะเล่าพร้อมให้ลูกดูรูปเด็กที่ฟันผุมาก  อ้วนจนอึดอัด หรือเด็กป่วย ที่เกิดจากการกินขนมมากเกินไป

3. ไม่ให้เป็นรางวัล

คุณแม่ต้องห้ามสร้างให้ขนมถุงเหล่านี้เป็นรางวัลเมื่อลูกทำอะไรบางอย่างไร เพราะจะยิ่งสร้างทัศนคติทางบวกต่อขนมที่ไม่มีประโยชน์นี้

4.กินอย่างมีสติ

ขนมถุงนี้แม้จะไม่มีประโชน์ทางโภชนาการเท่าไหร่ แต่ก็ห้ามที่จะไม่ให้ลูกกินขนมเลยก็คงไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง เพราะอย่างที่เรารู้ว่าเด็กวัยนี้ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เด็กจะต่อต้านการห้ามและดื้อดันทำสิ่งนั้น ดังนั้นจึงควรอนุญาติให้ลูกกินได้ แต่กินอย่างเหมาะสม เช่น ไม่เกิน 1 ถุง/วัน หรือไม่เกิน 10 ชิ้น / มื้อ เป็นต้น

5. เป็นตัวอย่างที่ดี

คำว่า "ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น" ยังใช้ได้อยู่เสมอค่ะ คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นตัวอย่างให้กับลูกด้วย ถ้าคุณยังกินขนมประเภทนี้อยู่ตลอดจะมาสอนลูกให้เลิกกินคงไม่ได้ ที่สำคัญ ต้องเลิกซื้อขนมติดบ้านไว้ด้วย เพราะการที่ลูกเห็นขนมอยู่ใกล้ตัว ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กๆ อยากกินมากขึ้นค่ะ

shutterstock_478800733

ขนมแบบนี้เหมาะกับหนู

แล้วขนมอะไรที่เหมาะกับเด็กในวัยนี้ คุณพ่อคุณแม่คงนึกถามอยู่ในใจ เพราะหากจะให้ลูกกินแต่ผลไม้ เด็กๆ ก็คงเบื่อ แต่จะให้ขนมก็ไม่รู้ว่าจะทำให้ลูก "ติด" จนไม่กินข้าวหรือเปล่า แล้วขนมที่เหมาะกับเด็กวัยนี้นั้นจะเป็นอย่างไร เรามาดูกันเลยค่ะ

  • ตรวจสอบข้อมูลโภชนาการบนฉลาก น้ำตาล แคลอรี โซเดียม ไขมันทั้งหมด (ทั้งไขมันดีและไขมันไม่ดี) เป็นข้อมูลที่คุณแม่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ และโดยปกติฉลากมักระบุข้อมูลโดยอิงจากพลังงาน 2,000 แคลอรี ดังนั้นคุณแม่ควรคำนวณโดยลดปริมาณลงให้เหมาะสมสำหรับเด็กด้วย
  • เลือกขนมที่มาจากธรรมชาติ ของสดใหม่ผ่านกระบวนการแปรรูปน้อยที่สุดย่อมดีกว่า หรือเลือกเป็นอาหารที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียเรียบร้อยแล้ว
  • ขนมนั้น ทำให้หิวน้ำหรือเปล่า ถ้ากินแล้วรู้สึกหิวน้ำแสดงว่ามีโซเดียมสูง หรือมีผงชูรส ซึ่งสามารถพบได้ในอาหารหรือขนมกรุบกรอบที่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา 

manager.co.th/Family

 ทำไมไม่ควรห้ามลูกกินขนม?

[Sassy_Social_Share]