เรื่องจริงที่อยากให้แม่รู้ นมแม่มีประโยชน์กับลูกในระยะยาว

คุณแม่ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่า “นมแม่”” คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย แต่หลายคนไม่ทราบว่านมแม่นั้นมีคุณค่าทางอาหารที่ต่างกันไปในแต่ระยะด้วย ซึ่งการให้นมแม่แก่ลูกเป็นเวลานาน หลายคนอาจจะสงสัยว่าในนมนั้นยังมีสารอาหารหรือไม่ มากน้อยแค่ไหนวันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนี้กันค่ะ

นมแม่ให้ประโยชน์กับลูกในระยะยาว

ถึงแม้ว่าทาง WHO และ UNICEF จะออกมาสนับสนุนการให้นมแม่แก่ลูกจนถึง 2 ปี แต่ก็ยังมีความเชื่อผิดๆที่ว่าการให้นมแม่หลัง 1 ปีไปแล้วนั้นไม่มีประโยชน์ใดๆ นั้นก็ยังมีอยู่ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วในนมแม่นั้นมีสารอาหาร และ ภูมิคุ้มกันประเภทเซลล์ และ immunoglobulin ที่ยังคงมีอยู่ในนมแม่เสมอแม้จะเข้าขวบปีที่สอง มีหลักฐานยืนยันว่าทารกที่กินนมแม่เป็นระยะเวลานานจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่บางสายพันธุ์ที่มีแนวโน้มพบในทารกที่กินนมผสมมากกว่า และมีหลักฐานพบว่าการให้นมแม่เป็นเวลานานช่วยป้องกันเด็กเล็กจากโรคหูชั้นกลาง อักเสบเรื้อรัง

นอกจากนี้มีหลายรายงานแสดงถึงผลของการให้นมแม่นานต่อโรคเรื้อรังบางชนิด มีงานวิจัย*พบว่าการให้นมแม่ลดโอกาสเสี่ยงต่อ โรคลูคีเมียในเด็ก และอีก 2 รายงาน**ยืนยันว่าการให้นมแม่มีผลต่อการป้องกันโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในทารกที่ได้รับนมแม่เป็นเวลานานกว่า 6 เดือนด้วย

นอกจากนี้นมแม่ในระยะยาวที่ให้กับลูกได้จนถึง 7 ปีนั้นมีคุณค่าที่ผ่านการศึกษาวิจัยแล้วว่าให้ประโยชน์กับลูกได้มากกว่า ทั้งทางด้านสมอง ภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงลดการเกิดภาวะของโรคต่างๆด้วย เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า “นมแม่นั้น” มีประโยชน์กับลูกมากกว่า ในแง่ใดบ้าง

  • กินนมแม่ ลูกแข็งแรงกว่า

ตามปกติเด็กจะมีระดับภูมิต้านทาน (อิมมูโนโกลบูลิน A,G,M)  ซึ่งช่วยในการป้องกันโรคติดเชื้ออยู่ในระดับใกล้เคียงผู้ใหญ่เมื่อเด็กอายุ 6 ปี  ส่วนระดับภูมิต้านทานในเด็กอายุก่อน 6 ปี พบว่ายังมีระดับต่ำอยู่ จึงทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย ต้องอาศัยสารสำคัญที่หลั่งจากเม็ดเลือดขาวที่มีอยู่ในนมแม่เป็นตัวช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิต้านทาน  ทำให้เด็กที่กินนมแม่มีร่างกายที่แข็งแรงไม่เจ็บป่วยบ่อยเมื่อเจอกับเชื้อโรค

 

Asian mother breast feeding her daughter

 

  • กินนมแม่ สมองลูกพัฒนามากกว่า

จากการศึกษาพบว่าน้ำหนักสมองของเด็กจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งอายุ 6-7 ปีและการสร้างปลอกหุ้มเส้นใยประสาทจะสำเร็จสมบูรณ์ที่อายุ 7 ปี หากในช่วงเวลานี้สมองได้รับสารสำคัญคือ กรดไขมันไม่อิ่มตัว PUFA (ที่รู้จักกันดีคือ DHA และ ARA)  จะทำให้เด็กมีสมองและจอประสาทตาที่ดีที่สุด  ซึ่งสารดังกล่าวพบได้ในนมแม่ไม่ใช่นมวัว ดังนั้นเด็กจึงควรกินนมแม่เพื่อให้ได้รับสารเหล่านี้เต็มที่

 

  • กินนมแม่ปลอดภัย ไร้ปัญหาลูกน้ำหนักเกิน

ผลสรุปจากงานวิจัย*** ที่เกี่ยวกับ นมแม่และโรคอ้วน พบว่าความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนในเด็กที่กินนมแม่ลดลงร้อยละ 22 หมายความว่า ถ้ามีเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่และโตขึ้นเป็นโรคอ้วน 100 คน ถ้าเปลี่ยนเด็กกลุ่มนี้มากินนมแม่ เมื่อโตขึ้นจะเป็นโรคอ้วนเพียง 78 คนเท่านั้น

 

ทำไมน้ำนมแม่ถึงเป็นอาหารที่เหมาะกับลูกในทุกช่วงวัย?

เพราะนมแม่มีความเปลี่ยนแปลงในสัดส่วนของสารอาหารอยู่ตลอด ลูกในแต่ละช่วงวัยจะได้สารอาหารที่ต่างกัน เพราะน้ำนมแม่จะสร้างน้ำนมตามความต้องการของลูก โดยร่างกายของแม่จึงผลิตน้ำนมสำหรับลูกไปจนกว่าระบบของร่างกายลูกจะพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบการย่อยอาหารชนิดอื่นที่ไม่ใช่นม ระบบภูมิคุ้มกันโรค ความสามารถในการหาอาหารได้ด้วยตัวเอง หรือความพร้อมในการพึ่งพาตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยแม่ น้ำนมแม่ยังมีคุณภาพเสมอแม้ว่าแม่ขาดอาหาร โดยธรรมชาติร่างกายของแม่จะคงคุณค่าของน้ำนมไว้เพื่อลูก ยกเว้นแม่อยู่ในภาวะขาดอาหารรุนแรง น้ำนมแม่นั้นจึงสามารถให้ลูกได้จนถึงอายุ 7 ปี หรือจนกว่าร่างกายแม่จะไม่ผลิตน้ำนมอีก

 

อ้างอิง

*Shu KO ,Linet MS, Steinbuch M , et al : Breastfeeding and risk of childhood acute leukemia. J Natl Cancer Inst 20:1765-1772,1999
** Davis MK : Review of the Evidence for an association between infant feeding and childhood cancer. International Journal of Cancer II: 29-33,1998 และ Mathur GP,Gupta N, Mathur S, et al: Breastfeeding and childhood cancer. Indian Pediatr 30:651-657,1993
***Evidence on the long-term effects of breastfeeding: systematic reviews and meta analysis WHO 2007
[Sassy_Social_Share]