ท้องแรกต้องรู้ เตรียมตัวอย่างไร ให้ได้ครรภ์คุณภาพ

สำหรับคุณแม่มือใหม่ หรือคุณแม่ท้องสองก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากและเราอยากให้คุณแม่รู้ นั่นคือคุณแม่คือคนที่ส่งต่อสุขภาพดีๆ ให้กับลูกได้ โดยสุขภาพของคุณแม่ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์นั้นก็ส่งผลต่อลูกด้วย เรียกว่าลูกจะเกิดมาสมบูรณ์แข็งแรงหรือพ่วงโรคร้ายมาด้วย อยู่ที่การเตรียมร่างกายของคุณแม่ทั้งสิ้นค่ะ

คุณแม่รู้ไหม คุณคือผู้ส่งต่อสุขภาพดีให้ลูกได้

คุณแม่รู้ไหมคะว่า นอกจากคุณเป็นคนส่งต่อสุขภาพให้กับลูกได้ตามพันธุกรรมประมาณส่วนหนึ่งแล้ว แต่ส่วนใหญ่นั้นสามารถสร้างได้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ โดยเราถือว่าช่วง 6 เดือนก่อนตั้งครรภ์นั้นเป็นการเตรียมร่างกายของคุณแม่ให้สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นการดูแลตัวเองให้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ รวมถึงสารอาหารจำเป็นก่อนการตั้งครรภ์เช่น โฟเลต ไอโอดีน ธาตุเหล็ก และวิตามินต่างๆ ต่างมีส่วนช่วยที่จะส่งต่อสุขภาพดีให้กับลูกน้อย รวมถึงป้องกันการเกิดความผิดปกติจากการขาดสารอาหารให้กับลูกได้ด้วย

3 สารอาหารสำคัญแม่ต้องกินก่อนตั้งครรภ์

เรามาดูกันดีกว่าว่า สารอาหารที่จำเป็นต่อคุณแม่เตรียมตั้งครรภ์ที่ต้องรับประทานก่อนตั้งครรภ์นั้นมีอะไรกันบ้าง โดยสารอาหารเหล่านี้มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ ทั้งพืชผักผลไม้ รวมถึงเนื้อสัตว์ต่างๆ เพียงแต่ต้องเลือกรับประทานให้มากขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นเอง

 

shutterstock_424734022

กรดโฟลิก /โฟเลต (Folic Acid /Folate)

 

กรดโฟลิกสำคัญต่อการพัฒนาของดีเอ็นเอที่ควบคุมการพัฒนาและการทำงานของทุกเซลล์ในร่างกาย และทำงานร่วมกับวิตามินบี12 ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงให้สมบูรณ์ด้วย ปัจจุบันพบว่าหญิงไทยเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่มีการเสริมโฟเลตก่อนการตั้งครรภ์ โดยปริมาณที่เหมาะสมในการกินกรดโฟลิกจะอยู่ที่ 400-600 มิลลิกรัมต่อวัน ควรเริ่มทานกรดโฟลิกเสริมก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 1-3 เดือน และทานต่อไปอีก 3 เดือนหลังจากตั้งครรภ์แล้ว จึงจะสามารถป้องกันการพิการแต่กำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

กรดโฟฟลิกที่อยู่ตามธรรมชาติอีกมากมาย เช่น บล็อกโคลี ผักโขม นอกจากนั้นยังมีมากในถั่ว ธัญพืช ส้ม ตับหมู ขนมปังโฮลวีท ฯลฯ

ทำไมต้องกินกรดโฟลิกก่อนตั้งครรภ์?

เพราะคุณแม่หลายคนก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังท้อง ส่วนใหญ่จะรู้เมื่ออายุครรภ์ได้ 8 สัปดาห์ไปแล้ว ซึ่งในระหว่างนี้ลูกมีพัฒนาการทางสมองและระบบประสาทของทารกจะเกิดขึ้นแล้ว โดยหลอดประสาทจะปิดอย่างสมบูรณ์ในระหว่างสัปดาห์ที่ 3-4 หลังการปฏิสนธิ หากมาเริ่มกินหลังตั้งครรภ์ ทารกก็อาจเสี่ยงกับอาจเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาที่เกี่ยวกับระบบประสาท เช่น โรคภาวะหลอดประสาทไม่ปิด (neural tube defect, NTD)

 

shutterstock_255951007

ธาตุเหล็ก (Iron)

มีความสำคัญอย่างมากในการผลิตเฮโมโกลบิน ฯลฯ แหล่งอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงก็ได้แก่ เนื้อสัตว์ ตับ หอยกาบ หอยนางรม ไข่แดง ผักกูด ผักโขม ผักแว่น ถั่วฝักยาว หน่อไม้ฝรั่ง ใบชะพลู ใบตำลึง งาดำ งาขาว ข้าวโอ๊ต ถั่วเหลือง ถั่วแดง เป็นต้น

 

ทำไมต้องกินธาตุเหล็ก ก่อนตั้งครรภ์?

คุณแม่บางคนไม่ราบว่าตัวเองมีภาวะเลือดจาง จึงต้องเสริมธาตุเหล็กเพื่อป้องกันภาวะเลือดจางระหว่างตั้งครรภ์ ที่จะส่งผลให้เลือดที่ไปเลี้ยงรกจะมีออกซิเจนน้อยกว่าปกติ ทําให้ออกซิเจนที่ส่งไปยังลูกมีน้อยกว่าจํานวนที่ควรได้รับ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการแท้ง การคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักน้อย มีภาวะโลหิตจาง หากโลหิตจางมาก อาจทำให้เกิดน้ำคร่ำน้อย ซึ่งทำให้เด็กเสียชีวิตในครรภ์ได้ นอกจากนั้นยังอาจเกิดอันตรายกับมารดาในช่วงคลอด เพราะอาจตกเลือดจนเสียชีวิตได้

 

shutterstock_305073809

ไอโอดีน (Iodine)

เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ ปกติร่างกายต้องการไอโอดีนประมาณ 100-150 ไมโครกรัมต่อวัน ในช่วงตั้งครรภ์ต้องการเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 200 ไมโครกรัม เนื่องจากมีการขับออกทางปัสสาวะเพิ่มขึ้น และให้ลูกใช้ในการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมน ไอโอดีนพบได้มากในอาหารทะเลทุกชนิด ปลาทะเลู ปูหอย รวมไปถึงผักที่ปลูกในดินที่มีแร่ธาตุไอโอดีนสูงด้วย

ทำไมต้องกินไอโอดีนก่อนตั้งครรภ์?

การขาดสารไอโอดีนจะส่งผลให้ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อภาวะแท้งหรือเสียชีวิต อัตราตายของแม่ระหว่างการคลอดสูง หากทารกรอดชีวิตเมื่อโตขึ้นจะมีอาการทางประสาท ไอคิวเด็กลดลงโดยเฉลี่ย 13.5 จุด ทำให้เป็นโรคเอ๋อ หรือปัญญาอ่อนได้

 

นี่คือสารอาหารสำคัญ 3 อย่างที่คุณแม่ควรเตรียมให้พร้อมก่อนตั้งครรภ์ เพราะนอกจากจะเป็นการเสริมสุขภาพของตัวคุณแม่เองให้สมบูรณ์แข็งแรงแล้ว ยังเป็นการส่งต่อสุขภาพดีให้กับลูกน้อยด้วย ให้เขาเกิดและเติบดตขึ้นมาด้วยเกราะภูมิคุ้มกันโรคร้ายที่คุณแม่สร้างไว้ให้ลูก

ที่มา

แม่ท้องขาดโฟลิกลูกเสี่ยง

healthtoday.net

becomemom.com

women.sanook.com

komchadluek.net

 

 

[Sassy_Social_Share]