แม่ท้องต้องรู้! เรื่อง “ท้องผูก” ระหว่างตั้งครรภ์

ปัญหาท็อปฮิตของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ที่อายุครรภ์ไตรมาสแรก คงหนีไม่พ้นเรื่องของการขับถ่าย จากคนที่ไม่เคยท้องผูกก็ถ่ายกันลำบาก ส่วนใครที่ท้องผูกอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ก็จะยิ่งอาการหนักมากขึ้นไปอีก บางคนก็กลายเป็นริดสีดวงทวารกันเลยทีเดียว แต่ก่อนที่จะมีแต่ความสงสัย เรามาดูกันก่อนดีกว่าค่ะว่า อาการท้องผูกระหว่างตั้งครรภ์นั้นเกิดขึ้นอย่างไร และมีทางแก้อย่างไรบ้าง

 

ท้องผูกระหว่างตั้งครรภ์ เกิดจากอะไร?

การท้องผูกของคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นมักเป็นมากในช่วงไตรมาสแรก เกิดจากการที่ร่างกายเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่หลายด้านด้ววยกันดังนี้

  • หลั่งออร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) มากขึ้น ช่วงนี้เป็นช่วงที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เพื่อต้อนรับชีวิตใหม่ ทั้งเรื่องของการเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ และการคลอด  ฮอร์โมนนี้ยังทำให้กล้ามเนื้อลำไส้ผ่อนคลายและหดตัวน้อยลง ส่งผลให้ อาหารและของเสียเคลื่อนตัวผ่านทางเดินอาหารให้ช้าลง
  • มดลูกขยายใหญ่ขึ้น  ทำให้เบียดกระเพาะและลำไส้ให้แคบลง ส่งผลต่ออาการท้องผูกได้ง่ายขึ้น
  • ผลข้างเคียงจากวิตามินและธาตุเหล็ก วิตามินและเกลือแร่เหล่านี้จำเป็นสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มาก แต่ก็มีผลข้างเคียงที่ทำให้ท้องผูกได้เช่นกัน หากเป็นเพราะสาเหตุนี้อาจจะต้องปรึกษษคุณเหมอเป็นการเฉพาะ
  • ความเครียดและการอดนอน คุณแม่ช่วงตั้งครร์จะมีอารมร์ที่เปลี่ยนแปลงง่ายจากการที่ฮอร์โมนหลายตัวหลั่งเพิ่มมากขึ้น บางครั้งก็อาจเกิดความเครียดได้ง่ายกว่าตอนที่ไม่ตั้งครรภ์ ทำให้นอนไม่หลับ ซึ่งความเครียดนี่เองก็ทำให้เกิดอาการท้องผูกได้

 

 

วิธีป้องกันง่ายๆ ให้ห่างไกลจากอาการท้องผูก

  • เพิ่มปริมาณใยอาหาร เพื่อเพิ่มกากใบในอุจจาระ ช่วยดูดซับน้ำขณะของเสียเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ และยัเป็นการเพิ่มเนื้ออุจาระ ช่วยให้การบีบตัวของลำไส้เป็นปกติ ให้ให้บรรเทาอาการท้องผูกลงได้ โดยอาหารที่มีใยอาหารมาก ได้แก่ ผัก ผลไม้ ถัวเปลือกแข็ง ขนมปังโฮลวีท ข้างโอ๊ต ลุกพรุน เป็นต้น
  • ดื่มน้ำมากๆ ร่างกายของคนเรา มีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 70%  น้ำจึงมีส่วนช่วยบรรเทาอาการท้องผูกด้ว โดยคุณแม่ต้องพยายามดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำเปล่าอย่างเดียว แต่อาจจจะเป็นซุปหรือน้ำผลไม้ร่วมด้วยก็ได้
  • บริโภคผลิตภัณฑ์ที่มี  โพรไบโอติกและพรีไบโอติก อาจจะฟังดูยากแต่จริงๆแล้วก็คือผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตที่มีทั้งจุลินทรีย์และอาหารของจุลินทรีย์ในลำไส้ ช่วยให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้นนั่นเอง หรือจะเป็นนมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีโอลิโกแซ็กคาไรด์ (oligosaccharide) เป็นส่วนผสมก็ได้
  • เคลื่อนไหวร่างกาย และออกกำลังกาย กิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายหรือการออกกำลังกาายจะช่วยให้ลำไส้ได้เคลื่อนไหว ช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานเป็นปกติ คุณแม่ต้องพยายามเดิน หรือว่ายน้ำ ให้ไ้วันละ 20-30 นาที อย่างน้อย 3 ครั้งต่่อสัปดาห์

Beautiful pregnant woman having body aches

โภชนาการดี ไม่มีท้องผูก

อย่างที่เรารู้กันว่า  “ใยอาหาร” และ “น้ำ”  คือหลักใหญ่ในการแก้ปัญหาท้องผูก ในภาวะปรกติคุณแม่อาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับใยอาหารเท่าไหร่ แต่เมื่อตั้งครรภ์และประสบภาวะท้องผูก ใยอหารจึงเป็นเรื่องสำคัญ และต้องรับประทานให้ได้ประมาณ 28-30 กรัมต่อวัน เรามีเคล็ดลับง่ายๆที่ะช่วยให้คุณแม่รับประทานใยอาหารไห้เพิ่มขึ้นได้มาฝากกันค่ะ

  • เปลี่ยนจานหลัก เปลี่ยนไปกินข้าวกล้องไม่ขัดสีแทนข้าวขาว ขนมปังโฮลวีท หรือเส้นพาสต้า เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ทำจากแป้งไม่ขัดสี โดยใช้วิธีเพิ่มปริมาณขึ้นทีละน้อยจนครบทุกมื้อ
  • แทรกผักและผลไม้ไปในทุกมื้ออาหาร โดยต้องมีผักและผลไม้หรือกับข้าว เช่นซุป  แกงต่างๆ ที่มีผักเพิ่มมากขึ้นก็ได้
  • เพิ่มกากใยในอาหารว่าง  ลองเปลี่ยนจากที่เคยทานมื้อใหญ่ 3 มื้อ มาเป็นทานมื้อย่อย 5-6 มื้อ โดยมื้อที่เพิ่มมาอาจเป็นอาหารว่างที่มีกากใยมากขึ้น เช่น ถั่วต่างๆ ผลไม้ เป็นต้น

 

ปัญหาท้องผูกแก้ได้ง่ายๆด้วยการปรับการรับประทานอาหาร โดยค่อยๆ เพิ่มกากใยให้มากขึ้น ซึ่งอาหารที่มีกากใยนั้นหาได้ง่าย กินได้ในทุกมื้อ ที่สำคัญอย่างลืมดื่มน้ำให้เพียงพอและออกกำลังกายอยู่เสมอด้วย เพียงเท่านี้ปัญหาท้องผูกก็จะไม่มากวนใจคุณแม่แล้วล่ะค่ะ

 

 

[Sassy_Social_Share]