เคล็ดลับ การให้อาหารเสริมลูก อย่างมีประสิทธิภาพ

การให้อาหารเสริมลูก เมื่อลูกมีอายุ 6 เดือน การได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต รวมทั้งระบบทางเดินอาหาร ไต ระบบประสาทและกล้ามเนื้อของลูกได้พัฒนาจนสามารถทำหน้าที่รับอาหารอื่นนอกจากนมแม่ได้แล้ว(1) เมื่อเวลานี้มาถึง คุณแม่คงต้องเตรียมตัวเข้าครัวเพื่อจัดวัตถุดิบทำอาหารเสริมให้ลูกน้อยกันแล้วล่ะค่ะ

 

การให้อาหารเสริมลูก : เริ่มต้นอย่างไรให้อาหารเสริมลูกสำเร็จ

การให้อาหารเสริมในช่วงแรกเป็นการฝึกเพื่อให้ลูกรู้จักอาหารอื่นนอกจากนม และฝึกทักษะในการกลืนอาหาร2 ทั้งยังต้องการทดสอบด้วยว่าลูกแพ้อาหารชนิดใดหรือไม่ ดังนั้น คุณแม่จึงไม่ควรเร่งให้ลูกทานเยอะๆ แต่ให้ค่อยๆ ป้อนทีละน้อย เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับรสชาติอาหารอื่นที่นอกเหนือจากนม โดยในมื้อแรกให้ป้อนข้าวบดผสมผักปั่นละเอียดพร้อมกับน้ำ หรือข้าวบดผสมนมแม่เพียงแค่ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วตามด้วยนมแม่จนอิ่ม ไม่ควรหักโหมเร่งป้อนปริมาณมาก เพราะอาจทำให้ลูกท้องอืด และร้องกวนงอแงได้ แต่ถ้าลูกยังไม่พร้อมยอมกิน คุณแม่ไม่ควรบังคับ แต่ให้เริ่มป้อนใหม่ในวันถัดไป3

 

 

 

การให้อาหารเสริมลูก

 

อาหารเสริมตามวัยที่เหมาะกับลูก

เมื่อลูกเริ่มทานอาหารได้เก่งขึ้นแล้ว พอเข้าสู่เดือนที่ 7 ให้คุณแม่ใส่เนื้อสัตว์จำพวก ไก่ หมู ปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลานิล ปลาทับทิม ปลากราย ตับไก่ ตับหมู ไข่แดงต้มสุก บดรวมกับข้าว พร้อมกับเสริมผลไม้ปั่นละเอียดผสมน้ำเพิ่มเป็นของว่างได้ด้วย และควรใช้เมนูเดิมซ้ำติดต่อกัน 4-5 วัน เพื่อทดสอบการแพ้อาหาร หากมั่นใจแล้วว่าลูกไม่แพ้อาหารชนิดนั้นๆ คุณแม่จึงเริ่มเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบอื่นๆ ได้ ที่สำคัญอาหารของลูกไม่ควรผ่านการปรุงรสใดๆ4 เพื่อไม่ให้ลูกติดรสชาติ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ทานยากในระยะต่อไป

 

 

เดือนที่ 8-9 ให้เพิ่มมื้ออาหารเป็น 2 มื้อ และปรับลักษณะอาหารให้หยาบขึ้น โดยการตุ๋นให้นิ่มแทนการบดหรือปั่น พอเข้าสู่เดือนที่ 10 อาจหั่นเนื้อสัตว์ หรือผักเป็นชิ้นเล็กๆ ให้ลูกลองหัดหยิบหัดเคี้ยวพร้อมกับข้าวตุ๋นหรือโจ๊ก

 

 

เดือนที่ 11-12 ให้ลูกทานอาหาร 3 มื้อ โดยทานเป็นข้าวสวยเหมือนผู้ใหญ่ และเริ่มปรุงอาหารรสอ่อนๆ ได้บ้าง

 

 

ทั้งนี้ คุณแม่ควรสังเกตด้วยว่า ลูกมีอาการแพ้ เช่น ปากบวม ตาบวม คัน เป็นผื่นแดง อาเจียน ถ่ายเป็นมูกเลือด  ร้องไห้งอแงเนื่องจากท้องอืด หลังจากเปลี่ยนวัตถุดิบชนิดใหม่หรือไม่  หรือมีอาการท้องผูก ถ่ายออกมาเป็นลักษณะอาหารไม่ย่อย เมื่อให้ทานอาหารที่หยาบขึ้นหรือเปล่า เพื่อจะได้ป้องกัน และปรับเปลี่ยนเมนูอาหาร หรือวิธีการปรุงใหม่ให้เหมาะสมต่อไป

 

 

สารอาหารที่จำเป็นต่อพัฒนาการลูกวัย 6-12 เดือน

ลูกวัย 6-12 เดือนควรได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ เพื่อการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ และส่งเสริมพัฒนาการที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ สำหรับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เราจึงมีข้อแนะนำสำหรับคุณแม่เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอมาฝากกันค่ะ

  • ให้ลูกได้ทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและหลากหลาย ทั้งข้าว เนื้อสัตว์ ตับ ไข่ ผัก และผลไม้เป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ได้พลังงานและสารอาหารอย่างครบถ้วน

 

  • เลือกใช้น้ำมันพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีในการประกอบอาหาร เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันถั่วเหลือง

 

  • ให้ลูกทานอาหารรสธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งด้วยน้ำตาล น้ำผึ้ง ผงชูรส หรือผงปรุงรสต่างๆ เพราะจะทำให้ลูกติดรสชาติ ฟันผุง่าย เสี่ยงต่อโรคอ้วน โรคไต และความดันโลหิตสูง

 

  • ให้ดื่มน้ำต้มสุกสะอาด ไม่ควรให้ดื่มน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม

 

  • เลือกอาหารว่างที่มีประโยชน์ เช่น ผลไม้ตามฤดูกาล ไม่ควรให้ทานขนมที่มีรสหวานจัด มันจัด เค็มจัด หรือขนมเหนียวติดฟัน

 

  • ให้นมแม่ต่อเนื่องจนถึงอายุ 2 ปี เพราะในน้ำนมแม่ยังคงมีวิตามิน โปรตีน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของลูก

 

 

 

อาหารเสริมจะไม่เป็นเรื่อง ‘เสริม’ สำหรับลูก หากคุณแม่มีการเตรียมพร้อม และใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน เพราะโภชนาการที่ดี คือพัฒนาการที่ดีของลูกต่อไปนั่นเอง

 

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

1-2โครงการ “การจัดทำข้อปฏิบัติการให้อาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีของทารกและเด็กก่อนวัยเรียน” สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).คู่มืออาหารตามวัยสำหรับทารกและเด็กเล็ก.
http://www.thaipediatrics.org/attchfile/BabyFood.pdf
3-4สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ.วิธีให้อาหารเสริม.
FB : สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ
https://m.facebook.com/SuthiRaXeuxPhirocnKic/posts/1212984808727664:0
[Sassy_Social_Share]