ท้องนี้ต้องบำรุงแค่ไหน? วิตามิน สมุนไพร ยาจีนจำเป็นหรือไม่?

เชื่อแน่ว่าคุณแม่หลายคนต้องมีปัญหากับเรื่องของ “การกิน” ไม่มากก็น้อยในช่วงตั้งครรภ์ หลายคนแพ้ท้องอย่างหนัก จนแทบกินอะไรไม่ได้ ทั้งตัวเองและคนรอบข้างก็ต่างเป็นห่วงว่าเจ้าตัวเล็กในท้องจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จึงต้องบำรุงกันขนานใหญ่ ทั้งยาจีน ทั้งสมุนไพรไทย ทั้งวิตามิน แต่สิ่งเหล่านี้จำเป็นไหมในช่วงตั้งครรภ์? มีประโยชน์หรือโทษอย่างไรบ้าง? เรามีคำตอบมาฝากคุณแม่กันค่ะ

วิตามินในช่วงตั้งครรภ์ ของสำคัญห้ามขาด!

วิตามินในช่วงตั้งครรภ์เป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ จริงๆ แล้ววิตามินบางตัวต้องกินก่อนตั้งครรภ์เลยด้วยซ้ำ วิตามินเหล่านี้สามารถกินได้ตามสัดส่วนที่เหมาะสมเลย โดยเฉพาะคุณแม่มีอาการแพ้ท้องมาก จนไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ก็สามารถซื้อวิตามินเสริมในแบบเม็ดมากินแทนได้ ส่วนจะมีตัวไหนบ้าง เรามีมาบอกกันค่ะ

 

  • กรดโฟลิก

หรือที่คุณแม่รู้จักกันว่ายาเม็ดสีเหลืองที่คุณหมอจ่ายให้ตอนฝากครรภ์ กรดโฟลิกช่วยลดความเสี่ยงที่ทารกจะมีความพิการแต่กำเนิด เช่น ความผิดปกติของกระดูกสันหลัง Neural Tube Defect ได้ จริงๆ แล้วว่าที่คุณแม่ควรได้รับกรดโฟลิกคือช่วง 2-3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ไปตลอดจนจบไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ (12 สัปดาห์แรก) โดยควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ร่วมไปกับกรดโฟลิกเสริม หรือจะเลือกรับประทานโฟลิกตามธรรมชาติที่หาง่ายๆ เช่น ผักใบเขียวอย่าง บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี ถั่ว และผลไม้ เช่น ส้ม เป็นต้น

 

shutterstock_268250570

 

  • ธาตุเหล็กและวิตามินซี

ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารสำคัญที่ผู้หญิงจำเป็นต้องได้รับในช่วงการตั้งครรภ์ ธาตุเหล็กช่วยให้ออกซิเจนไหลเวียนไปกับเซลล์เม็ดเลือดแดงได้ดีและลูกน้อยในครรภ์ก็ต้องการธาตุเหล็ก ช่วยพัฒนาสมองให้เจริญเติบโต หากไม่ได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ ลูกในครรภ์อาจไม่เป็นอะไรแต่คุณแม่จะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะโลหิตจางซึ่งจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ธาตุเหล็กมีส่วนช่วยลดการเกิดตะคริวขณะตั้งครรภ์ได้ โดยสามารถเลือกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็กแทนได้ เช่น เนื้อแดง ปลา ไข่ ผลไม้แห้ง ผักใบเขียว ขนมปังและซีเรียลที่ทำจากธัญพืชร่วมด้วย

 

ยกเว้นในช่วง 4 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ (16 สัปดาห์) ความต้องการธาตุเหล็กยังมีน้อยอยู่ อาจไม่จำเป็นต้องเสริมธาตุเหล็ก  เพราะแทนที่จะมีประโยชน์อาจเป็นผลทำให้คุณแม่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน รุนแรงขึ้นได้จากผลข้างเคียงของธาตุเหล็ก

 

ส่วนวิตามินซีนั้นจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้น จึงควรรับประทานผักผลไม้ที่เป็นแหล่งวิตามินซีควบกันไปด้วย หรือจะดื่มน้ำผลไม้ที่มีวิตามินซีเช่น ส้ม ฝรั่ง มะนาว ฝรั่ง  ก็ได้

 

  • กรดไขมันโอเมก้า 3

การได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้หญิงตั้งครรภ์ กรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยพัฒนาระบบประสาทของลูกน้อยในครรภ์ให้เติบโตแข็งแรง รวมทั้งป้องกันไม่ให้คุณแม่เป็นโรคหัวใจ ปลาที่มีไขมันมากอย่างปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรลและปลาแซลมอน รวมถึงปลาไทยๆ อย่างปลาสวายและปลาดุก ล้วนแล้วแต่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้งสิ้น แหล่งโอเมก้า 3 อื่น ๆ ได้แก่เมล็ดพืช เช่น เมล็ดฟักทอง วอลนัท ข้าวกล้อง เป็นต้น

 

shutterstock_256306660

ไขข้อข้องใจ ยาจีน สมุนไพร จำเป็นไหมช่วงตั้งครรภ์

 

นพ.สมชัย โกวิทเจริญกุล สูติแพทย์ ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน และนายกสมาคมแพทย์ฝังเข็มและสมุนไพร คุณหมอสมชัยเป็นหนึ่งในแพทย์แผนปัจจุบัน ที่หันไปสนใจศึกษาศาสตร์แพทย์แผนจีน ให้คำแนะนำว่า  “การรับประทานยาจีนเพื่อบำรุงครรภ์นั้น   ผมมองว่าไม่ใช่สิ่งจำเป็น เพราะสิ่งสำคัญเวลาตั้งครรภ์ แม่ต้องดูแลเรื่องการพักผ่อน เรื่องจิตใจ เรื่องอาหารการกิน ชีวิตความเป็นอยู่ให้เหมาะสมถูกต้อง แม่ก็จะมีสุขภาพที่ดีและสมบูรณ์ได้ ถามว่าจะใช้ยาจีนได้ไหม ถ้าจะใช้ก็ต้องมีความรู้จริง และใช้เป็นส่วนเสริมเข้ามาเท่านั้น”

 

ส่วนสมุนไพรไทยนั้น สามารถกินได้บางชนิด แต่ก็เป็นไปเพื่อการเสริมเท่านั้น ไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องรับประทานเป็นหลักโดย พ.ญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ รองอธิบดีกรมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกให้รายละเอียดว่า “เมื่อตั้งท้อง ก็จะเลิกกินยาร้อนทั้งหมด แล้วก็จะบำรุงร่างกาย แต่จะไม่เน้นสมุนไพรหลายชนิดมากนัก ที่เน้นคือให้กินผักให้มาก ที่นิยมคือใช้เกสรดอกบัวมาทำเป็นน้ำชาต้มดื่มทั้งวัน แต่ต้องเป็นดอกบัวที่ปลอดสารพิษ โดยเอาเกสรบัว และกลีบบัวมาทำเป็นน้ำชาดื่มทั้งวัน หรือดื่มน้ำมะตูมด้วยเพื่อบำรุงครรภ์ และทำให้คลอดง่าย กินข้าวซ้อมมือที่มีสารอาหารมากกว่าข้าวธรรมดา หากมีอาการแพ้ท้องนั้นแพทย์แผนไทยจะแนะนำให้ดื่มน้ำขิง หรือน้ำลูกยอต้ม โดยเอาลูกยอสุกมาฝานตากแดด เอามาปิ้งให้แห้งต้มเป็นน้ำชา สามารถแก้แพ้ท้องได้

 

คุณแม่จะเห็นได้ว่าหากเรารับประทานอาหารที่ถูกต้องตามโภชนาการในปริมาณที่เหมาะสม (มื้อหลัก 3 มื้อ +อาหารว่าง 2 มื้อ) แล้วล่ะก็ วิตามินเสริมอื่นๆ นอกจากกรดโฟลิกและธาตุเหล็กนั้นแทบไม่จำเป็นต้องรับประทานเลย เพราะในอาหารแต่ละมื้อนั้นมีสารอาหารที่ครบถ้วนอยู่แล้ว เพียงแต่ในคุณแม่ที่แพ้ท้องอย่างหนัก ไม่สามารถรับประทานได้ตามปกติ ก็ควรเสริมวิตามินต่างๆ ตามสมควร เพื่อให้เจ้าตัวเล็กได้รับสารอาหารที่เพียงพอค่ะ

 

อย่างไรก็ตามอาหารเสริมที่คุณแม่ซื้อมารับประทานระหว่างตั้งครรภ์นั้น หากไม่แน่ใจว่าควรรับประทานหรือไม่ ลองหยิบไปถามคุณหมอที่คุณแม่ฝากครรภ์ก็ได้นะคะ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างอาจจะรับประทานวิตามินเสริมได้เพียงบางตัว เพื่อให้ปลอดภัยและมั่นใจได้มากขึ้นว่าวิตามินนี้ให้ประโชน์ต่อทั้งคุณแม่และเจ้าตัวเล้กในท้องอย่างแท้จริงค่ะ

ที่มา

https://th.theasianparent.com/วิตามินและอาหารเสริมในช่วงตั้งครรภ์

https://th.theasianparent.com/ไขข้อข้องใจ-จับซาไท้เป้าบำรุงครรภ์จริงหรือไม่/

http://www.manager.co.th/ยอดเคล็ดแพทย์แผนไทยดูแล…แม่ตั้งครรภ์

https://www.doctor.or.th/ask/detail/8219

 

 

[Sassy_Social_Share]