ใยอาหาร อยากรู้ไหมว่า ทำไมถึงสำคัญกับแม่ท้อง ?

ปัญหาหนึ่งที่พบว่ามักเกิดขึ้นกับแม่ท้องหลายๆ ท่านในระหว่างตั้งครรภ์ก็คือ การขับถ่ายไม่ค่อยจะราบรื่นเพราะมีอาการท้องูกเขข้ามารบกวน ทำให้แม่ท้องรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว ทำให้ไม่อยากทานอาหารอื่นๆ เข้าไปเพิ่ม ซึ่งความจริงแล้วคุณแม่ท้องควรจะต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และควรทานอาหารประเภทใยอาหาร (Fiber) เพิ่มมากขึ้น เพื่อที่ร่างกายจะได้ย่อยอาหารได้มากขึ้น ซึ่งใยอาหารมีส่วนช่วยให้แม่ท้องขับถ่ายได้ง่ายขึ้น และยังลดปัญหาสุขภาพอย่างอาหารริดสีดวงทวารลงได้ด้วย

ใยอาหาร แม่ท้องหากอยากมีสุขภาพดีต้องได้รับโภชนาการในระหว่างตั้งครรภ์ที่ถูกต้องอย่างเหมาะสม เพราะการทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างหลากหลายและสมดุลจะช่วยให้ร่างกายของแม่ท้องมีความแข็งแรง และลูกน้อยในครรภ์ก็พลอยมีสุขภาพดีตามไปด้วย รวมทั้งอาหารที่แม่ท้องทานเข้าไปนั้นส่วนหนึ่งทารกจะนำไปพัฒนาสร้างร่างกายให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และพร้อมที่คลอดออกมาด้วยสุขภาพที่แข็งแรง

 

…ทำไมอาหารประเภทใยอาหารจึงสำคัญและมีประโยชน์กับร่างกายของแม่ท้อง ?

ก็เพราะว่าในระหว่างตั้งครรภ์นั้นแม่ท้องส่วนใหญ่มักเจอปัญหาสุขภาพแทรกซ้อนอย่างอาการท้องผูกทำให้ขับถ่ายได้ยาก ซึ่งการทานอาหารที่มีใยอาหารเพิ่มมากขึ้น จะช่วยทำให้เนื้ออุจจราะและทำให้อุจจาระอ่อนนุ่ม ช่วยให้การขับถ่ายง่ายขึ้นและขับถ่ายได้เป็นปกติ  ดังนั้นคุณแม่ท่านไหนที่รู้ตัวว่าท้อง ควรทานอาหารที่มีใยอาหารในทุกมื้ออาหารกันตั้งแต่การตั้งครรภ์ไตรมาสแรก เพื่อป้องกันอาการท้องผูก สำหรับปริมาณใยอาหารที่แนะนำต่อวันสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์จะอยู่ที่ 28-30 กรัมต่อวัน

 

…เคล็ดลับการทานอาหารเพื่อสุขภาพของแม่ท้อง  

  • ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้รับอาหารที่สมดุลและหลากหลาย
  • การทานอาหารสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ แนะนำให้ทานอาหารมื้อหลัก 3 มื้อและอาหารว่าง 2-3 ครั้งต่อวัน
  • ควรทานผักและผลไม้ ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี (Whole grain cereal) และถั่วต่างๆ ในปริมาณมากเพื่อเพิ่มใยอาหาร (dietary fiber)

 

ใยอาหาร Fiber

 

 

…แหล่งอาหารอะไรบ้างนะที่อุดมไปด้วยใยอาหารที่จำเป็นสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

  1. ซีเรียลทำจากรำข้าว 1/3 ถ้วย (30 กรัม)
  2. ซีเรียลแผ่นทำจากรำข้าว ¾ ถ้วย (30 กรัม)
  3. ซีเรียลทำจากรำข้าวผสมลูกเกด ¾ ถ้วย (40 กรัม)
  4. ถั่วปากอ้าต้ม ½ ถ้วย (85 กรัม)
  5. ลูกแพร์ขนากกลาง 1 ผล (160 กรัม)
  6. ถั่วเลนทิลต้ม ½ ถ้วย (100 กรัม)
  7. ขนมปังโฮลวีท 1 แผ่น (25 กรัม)
  8. ข้าวกล้องสุก ½ ถ้วย (100 กรัม)
  9. ลูกเกดชนิดไร้เมล็ด 30 กรัม
  10. ผักกาดข้าวต้ม ½ ถ้วย (85 กรัม)
  11. เห็ดสด 50 กรัม
  12. หน่อไม้ฝรั่งดิบ 50 กรัม
  13. ก้านผักขึ้นฉ่ายดิบ 50 กรัม
  14. แอปเปิ้ลมีเปลือกขนาดกลาง 1 ผล (140 กรัม)
  15. แครอทดิบ 1 หัว (70 กรัม)
  16. กล้วยหอมขนาดกลาง 1 ผล (110 กรัม)
  17. มะเขือเทศดิบขนาดกลาง 1 ผล (120 กรัม)
  18. บร็อกโคลีต้ม ½ ถ้วย (80 กรัม)
  19. ผักปวยเล้งต้ม ½ ถ้วย (90 กรัม)
  20. อินทผลัมแห้ง 5 ผล (40 กรัม)
  21. กีวีขนาดกลาง 1 ผล (80 กรัม)
  22. เนยถั่ว 2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
  23. เทมเป้ 1 ชิ้น (70 กรัม)
  24. มันเทศอบมีเปลือก 1 ลูก (115 กรัม)
  25. พริกหยวกดิบ 50 กรัม

ทั้งนี้การทานอาหารประเภทใยอาหาร ควรทานทีละน้อยแต่ควรมีในทุกมื้ออาหาร และควรดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้นด้วย ส่วนใยอาหารที่ได้จากแหล่งอาหารที่มีแคลอรีและไขมันสูง คุณแม่ท้องควรทานแต่น้อยและไม่ควรทานบ่อย

 

อาการท้องผูกขณะตั้งครรภ์ หากไม่อยากมห้เกิดขึ้น หรืออยากอาการท้องผูกบรรเทาลง แม่ท้องต้องปรับเรื่องอาหารการกินให้มีในเรื่องกากใยให้มากขึ้น  ดังตัวอย่างตามนี้ค่ะ 

 

 

 

การดูแลโภชนาการในระหว่างตั้งครรภ์หากคุณแม่ท้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ และทานให้ครบ 5 หมู่ทานอย่างสมดุล ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ที่สำคัญโภชนาการที่มีประโยชน์จะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของแม่ท้องรวมทั้งสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์ก็จะดีด้วยเช่นกันค่ะ

 

 

เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งคุณแม่และลูกน้อย ควรดูแลโภชนาการอย่างถูกต้องและเหมาะสมกันตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิตนะคะ

 

แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยใยอาหาร

 

 

กินดีมีสุขเพื่อสองเรา

[Sassy_Social_Share]